ผืนน้ำแห่งความรัก บทที่ 2 ชั่ววูบ

บทที่ 2 ชั่ววูบ หลังเสียง ‘วูบ’ ภาพเบื้องหน้าของชิดชนกก็ลางเลือน เธอถอยหลังไปชนผนังห้องอย่างแรง ข้าวของใกล้ตัวหล่นลงบนพื้นกระจัดกระจาย เธอหลับตานิ่งรู้สึกถึงความปวดแปลบที่แก้มข้างซ้ายได้อย่างชัดเจน ไม่อยากเดาเลยว่าเล็กจะทำหน้ายังไง และความจริงก็ปรากฏเมื่อเธอลืมตา รวีวรรณมองเธอด้วยแววตาโกรธแค้นชิงชัง ตาแดงก่ำ น้ำตานองหน้า ประกอบด้วยแววตาคู่นั้นด้วยแล้วทำให้ชิดชนกรู้สึกหวาดหวั่นใจ เรื่องทุกอย่างคงไม่จบง่ายดายอย่างที่เธอคาดไว้ แต่ก่อนที่จะมีโอกาสคิดอะไรไปมากกว่านั้น เธอก็มองเห็นบางอย่างวูบไหวที่ปลายหางตา ‘วูบ พลั่ก !’ คราวนี้เธอได้ยินเสียงหมัดกระทบผิวแก้มอย่างชัดเจน ชิดชนกรู้สึกถึงน้ำเหนียว รสขมปร่าในปาก เธอกลืนมันอย่างยากเย็นพลางสถบในใจ เวรเอ๋ย ไม่น่ามาให้ยัยบ้านี่ต่อยเลย รู้อย่างนี้เงียบหายไปก็ดีหรอก เธอเผลอเอามือลูบแก้มข้างซ้ายด้วยความเจ็บปวด “เล็ก...ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องอย่างนี้ นกจะไม่คุยด้วยแล้วนะ” ไร้เสียงตอบกลับจากรวีวรรณ แต่น้ำจากดวงตาคู่นั้นกลับไหลมากยิ่งขึ้น เธอไม่อยากเห็นอะไรอีกแล้ว ชิดชนกหันหลังกลับพร้อมกับปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว ‘เพล้ง! โครม’ เสียงดังตามหลังเธอ เหมือนกับจะขับไล่ไปให้ไกล เธอยักไหล่ อย่างน้อยทุกอย่างก็จบ ไม่เห็นต้องแคร์เล็กเลย เพียงฟ้าเปิดร้านด้วยความกระฉับกระเฉง เธอเริ่มรู้สึกคุ้นชินกับการตื่นมาทำงาน ในเวลาที่ฟ้าสีแดงฉาน เมฆหมอกลอยอ้อยอิ่ง และอากาศเย็นสบายเหมาะกับการนอนแบบนี้ เมื่อเปิดร้านเสร็จเธอหันไปเห็นเจ้าของร้านเดินส่งยิ้มมาให้แต่ไกล สายตาของเขาจาบจ้วงร่างกายของเธออย่างชัดเจน แต่เพียงฟ้าพยายามไม่สนใจ เธอเพียงแต่หันไปจัดหนังสือต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไปทานข้าวด้วยกันไหมฟ้า” เขายิ้มแย้มเมื่อเอ่ยปากถามเธอ “ไม่เป็นไรค่ะ พี่เอก” เพียงฟ้ายิ้มตอบแต่ความหมายแตกต่างจากยิ้มของเขา “โธ่! ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอก มา ๆ” เขารีบเดินไปเปิดประตูรถรอเธอ เพียงฟ้าลอบถอนหายใจ เขาเพียรพยายามเหลือเกินที่จะเชิญเธอแม้จะรู้ว่าเธอจะต้องปฏิเสธเขาอยู่ทุกครั้งไป แต่วันนี้เธอรู้สึกจนปัญญาที่จะบอกปัดแล้ว วันนี้เธอจะยอมเห็นใจเขาไปทานข้าวด้วยสักครั้ง ฟ้าอยู่ไหน? คำถามนี้วนเวียนอยู่ในสมองของชิดชนกตั้งแต่เธอรู้ว่าเพียงฟ้าหายตัวไป เธอตามหาฟ้าไปทุกที่ ทั้งที่บ้านฟ้า บ้านเพื่อน บ้านครอบครัว โรงพยาบาล หรือแม้แต่โรงแรม แต่ก็ไร้วี่แววแม้แต่เงาของเพียงฟ้า ชิดชนกพิงประตูรถ ยืนมองลานกว้างร้างมีเพียงฝุ่นแล้วครุ่นคิด นึกไม่ออกจริง ๆ ว่านอกจากสถานที่เหล่านี้เพียงฟ้าจะหนีเธอไปอยู่ที่ไหนได้อีก เธอหยิบบุหรี่จากกระเป๋ามาจุดสูบอย่างเชื่องช้า รู้สึกหัวเสียกับการหาคนรักไม่เจอ ควันสีขาวขุ่น ลอยละล่องหน้าชิดชนกอยู่นาน ก่อนจะค่อย ๆ จางมลายหายไปกับอากาศ ฟ้า...นกไม่มีวันยอมปล่อยฟ้าไปหรอก ฟ้าคอยดูเถอะ นกจะตามหาฟ้าให้เจอจนได้ ริมฝีปากสีชมพูเผยยิ้ม แววตามองไปยังภาพเบื้องหน้าด้วยความมุ่งมั่น ‘กรุ๊งกริ๊ง’ เสียงระฆังใบเล็กหน้าประตูร้านดังขึ้น เพียงฟ้าละสายตาจากหนังสือเล่มโปรดขึ้นมองหน้าลูกค้า สายตาของเธอเหมือนถูกตรึงอยู่ที่ใบหน้ารูปไข่นั้น สวย คำนี้ผุดขึ้นมาในใจของเธอ แต่เพียงฟ้ารู้ว่าไม่ใช่แค่ความงามที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนละสายตาจากผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ บุคลิกที่ดูลึกลับและเศร้าหมองของหญิงสาวต่างหากที่สะกดเธอไว้อย่างแท้จริง การเดินอย่างช้า ๆ จนกระโปรงสีขาวแทบไม่ขยับ ไหนจะดวงหน้าเฉยชาแต่งดงาม แล้วที่สำคัญดวงตาสีดำที่ลึกลับและส่งประกายความเศร้าอย่างชัดเจนนั่นอีกเล่า เพียงฟ้ารู้สึกอยากวิ่งหนีและเดินเข้าไปหาเธอคนนั้นในเวลาเดียวกัน เธออยากรู้ว่าเหตุใดผู้หญิงคนนั้นจึงมีแววตาที่เศร้าถึงเพียงนี้ หนังสือเล่มบางถูกยื่นมาตรงหน้าของเธอ สาวสวยลึกลับยิ้มให้เพียงฟ้าเล็กน้อย เธอรับแล้วแอบลอบสังเกตอีกครั้ง ตาสีดำสวย สวยมาก จมูกเล็กโด่ง ริมฝีปากก็สวย นิ้วก็เรียวสะอาดสะอ้านดี เพียงฟ้ารู้สึกแปลกประหลาดขึ้นในใจ เธอไม่แน่ใจนักว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่าอะไร คนตรงหน้าเธอ คนแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก ทำไมทำให้เธอรู้สึกมากมายถึงเพียงนี้ ? หญิงสาวแปลกหน้ารับถุงกระดาษบรรจุหนังสือ เธอคนนั้นมองหน้าเพียงฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาคู่นั้นทำให้เพียงฟ้ารู้สึกเหมือนถูกเปลื้องทุกอย่าง ทั้งพื้นผิวทุกตารางนิ้วบนร่างกายและความรู้สึกทุกอย่างภายในหัวใจ สาวลึกลับยิ้มเหยียดอีกครั้งก่อนเดินออกไปจากร้านอย่างเงียบเชียบ เธอคนนั้นเดินจากไปแล้ว เพียงฟ้าถามตัวเองว่า เธอควรรู้สึกอย่างไรกับแววตาคู่นั้น แปลกประหลาดเหลือเกิน ไม่เคยพบใครที่น่าสนใจ น่าปลอบโยน และเดาอะไรไม่ถูกอย่างนี้มาก่อนเลย เพียงฟ้ามีลางสังหรณ์ในใจเมื่อหญิงสาวคนนั้นเดินจากไปว่า เธอและสาวสวยคนนั้นจะต้องได้เจอกันในไม่ช้า และอาจไม่ได้เพียงแค่พบกันและเดินจากไป “ไปเดินเล่นกันเถอะ” เงาลึกลับพูดกับเธอ ก่อนจะจูงมือเพียงฟ้าให้เดินตามไปยังพื้นดินว่างเปล่าที่มีเพียงกุหลายขาวดอกใหญ่ดอกเดียวขึ้นอยู่ “ทำไมถึงพาฉันมาที่นี่” เธอถาม เงานั้นยิ้ม มองไปที่กุหลาบดอกนั้น เพียงฟ้ามองตาม ดอกกุหลาบไหวเอนเล็กน้อยเมื่อลมหนาวพัดผ่าน กลิ่นหอมจาง ๆ ปะปนอยู่ในอากาศ เพราะฉันเหมือนกุหลาบ ฉันอ่อนไหว เข้มแข็ง สับสน และโดดเดี่ยวรึเปล่า หรือเพราะอะไร เธอหันหน้ากลับไปหาเงาประหลาด แต่ก็ต้องพบเพียงความว่างเปล่า เงานั้นหายไปแล้ว มีเพียงเธอที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้นตามลำพัง เพียงฟ้ารู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งร่างกาย เธอยิ้มเยาะฝันประหลาดที่ทิ่มแทงใจเสียเหลือเกิน บางที...บางทีมันอาจมีอะไรในฝันนั้นมากกว่าที่ฉันคิด ไดอารี่ 3 มิถุนา คืนนี้ฝันแปลกเหลือเกิน ฉันกำลังมองหาอะไรกันแน่นะ บางทีคำถามทุกอย่างอาจมีคำตอบอยู่ในตัวของมันเอง เพียงแต่รอให้ใครสักคนหาพบ แต่ฉันยังไม่เจออะไรสักอย่างเดียว เพราะฉันยังไม่รู้ว่าตัวเองมองหาอะไรใช่ไหม? ฉันไม่รู้ว่าฉันมองหาอะไร แต่ฉันรู้ว่าฉันกำลังหนีอะไร ฉันอยากรู้ว่ามีใครสักคนบ้างไหมบนโลกที่หนีความเจ็บปวดในใจของตัวเองพ้น ฉันเองทั้งที่หนีมาไกลแสนไกล แต่ก็ยังไม่สามารถสลัดความรู้สึกนั้นออกไปได้เลย เพราะว่ารักใครแล้วไม่สามารถเอาคืนได้ใช่ไหม? ถ้าจะรักต้องรักจนวันตาย เมื่อวานเจอผู้หญิงประหลาดคนหนึ่ง สวย ลึกลับ เศร้า ไม่รู้จะบรรยายมากว่านี้ได้ยังไง แต่เธอน่าสนใจมากเหลือเกิน ชักอยากรู้จัก อยากพูดคุย อยากรู้ว่าเธอเจ็บปวดอะไรนักหนา ทำไมฉันถึงต้องรู้สึกกับคนที่ไม่รู้จักมากขนาดนี้นะ เธอน่าสนใจเกินไปหรือฉันสนใจไปเสียทุกสิ่ง? ประตูร้านหนังสือถูกเพียงฟ้าปิดอย่างรวดเร็ว เธอกดล็อกกุญแจดัง ‘กริ๊ก’ ก่อนจะเดินออกมา เจ้าของร้านยืนข้างรถเก๋งสีดำคันเดิม เพียงฟ้ามองเขาและบอกปัดเหมือนเช่นทุกวัน เธอไม่รู้จะบอกเขาอย่างไร ไม่ใช่เพราะเขาไม่ดี แต่เพราะเธอไม่ชอบเขา ไม่เคยคิดกับเขามากกว่าเพื่อนและเจ้านายคนหนึ่ง เพียงฟ้าเดินเข้าร้านอินเตอร์เน็ตสีฟ้า รอเพียงไม่นานก็สามารถเข้าสู่โลกไซเบอร์ได้ เสียงเพลงจากหูฟังทำให้เธอเคลิบเคลิ้ม มีอีเมลล์หนึ่งฉบับส่งถึงเธอ แค่เพียงเห็นชื่อเธอก็รู้สึกปวดแปลบตรงหัวใจ เธอรู้สึกอยากและไม่อยากอ่านในเวลาเดียวกัน แต่ในที่สุดความอยากรู้ว่าเขาเขียนอะไรหาเธอก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ Subject : ได้โปรดอ่านหน่อยเถอะฟ้า ฟ้าอยู่ไหน? นกตามหาฟ้าแทบบ้า นกแทบไม่ได้กินไม่ได้นอนเลยฟ้ารู้ไหม ฟ้ากลับมาเถอะ นกรักฟ้านะ นกขอโทษ ฟ้าคงรู้แล้วใช่ไหมว่านกมีแฟนอยู่แล้ว แต่ฟ้า ครั้งแรกที่นกเจอฟ้า นกก็รู้สึกรักฟ้ามากจนไม่สามารถปล่อยฟ้าให้เดินจากไปได้ นกผิดที่ไม่บอกเลิกเขาให้เร็วกว่านี้ กว่านกจะตัดสินใจได้ก็เมื่อฟ้าไม่อยู่กับนกแล้ว แต่ตอนนี้นกเลิกกับเขาแล้วนะฟ้า ต่อจากนี้นกจะมีแต่ฟ้าเท่านั้น ฟ้ายังจำเบอร์นกได้ใช่ไหม ถ้าฟ้าโทรมาไม่ว่านกจะอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่ นกก็จะมาไปหาฟ้าทันที รักฟ้าเสมอ นก เพียงฟ้ารู้สึกเหมือนอยากฆ่าใครสักคน เธออยากจับเล็กมาเขย่าแล้วถามว่า ‘มีหัวใจบ้างไหม เคยรักใครจริงหรือเปล่า’ เดี๋ยวรักคนนั้น เดี๋ยวรักเธอ เห็นเธอเป็นอะไร วันนั้นทำเธอหัวเราะ วันนี้ทำเธอเสียใจ จะเอาอย่างไรกับเธอกันแน่ ความคิดบางอย่างแวบเข้ามาในสมองของเธอ เพียงฟ้าอยากเอาคืน ทำให้สาสมเหมือนที่เล็กทำกับเธอ เล็กมีใครต่อใครได้ แล้วเล็กจะได้รู้ว่าฟ้าก็ทำได้เช่นกัน “ไปทานข้าวเย็นกันไหมฟ้า ผมเลี้ยงเอง” เจ้าของร้านถามประโยคเดิมพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้ เพียงฟ้ารู้ว่าเขาคงคิดว่าเธอจะปฏิเสธเขาเหมือนวันที่ผ่านมา แต่วันนี้เธอมีบางอย่างที่อยากจะทำ และเขาเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้ “ไปสิคะพี่เอก ฟ้ายังไม่อยากกลับหออยู่พอดี” เขาเลิกคิ้ว แววตาบ่งบอกถึงความประหลาดใจ แต่ก็รีบไปเปิดประตูรถให้เธอนั่ง พี่เอกพาเธอไปยังร้านอาหารริมแม่น้ำ เขาคงคิดว่าเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศโรแมนติค แต่สำหรับเธอแล้วมันชวนให้รู้สึกเศร้าสร้อยมากกว่า เพียงฟ้าถามตัวเองหลายต่อหลายครั้งว่าคิดดีแล้วหรือที่ทำแบบนี้ แล้วเธอก็ยิ้มเยาะ สำหรับเธอแล้วไม่มีอะไรที่ทำร้ายเธอได้อีกแล้ว ต่อให้เธอจะเสียอะไรมากไปกว่านี้เธอก็ไม่มีน้ำตา...ไม่มี “ยิ้มอะไรครับ” เขามองหน้าเธอ “ทานข้าวเสร็จแล้วพี่เอกจะไปไหนต่อคะ” เธอไม่ตอบ เพราะอีกไม่นานเขาก็จะรู้ถึงความหมายของมัน “คงกลับบ้านแหละครับ” พี่เอกตอบด้วยท่าทีสบาย ๆ “ถ้าอย่างนั้นฟ้ากลับบ้านพี่เอกด้วยได้ไหมคะ” เธอกลั้นใจพูดออกไป เขามองหน้าเธอด้วยความตกใจ ก่อนแววตาจะเปลี่ยนเป็นสำรวจเธอแทน ไม่นานนักเขาก็พยักหน้าช้า ๆ ตอบรับคำขอของเธอ เขาเดินนำหน้าพาเพียงฟ้าเดินลัดเลาะผ่านห้องต่าง ๆ ภายในบ้านของเขา ความเงียบปกคลุมทั้งเขาและเธอ เพียงฟ้ารู้สึกอัดอั้นแต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากพูดอะไรในสถานการณ์แบบนี้ ในที่สุดพี่เอกก็พาเธอมาถึงห้องนอนของเขา เธอมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ในห้องไม่ชัดนักเพราะเขาไม่ได้เปิดไฟแม้แต่ดวงเดียว อาจดีแล้ว ฉันไม่อยากให้เขาเห็นอะไรมากกว่าที่สมควรเห็น แล้วเขาก็หันหลังกลับมามองหน้าเธอ เอามือทั้งสองข้างจับแก้มแล้วมองเข้ามาในดวงตาของเพียงฟ้า ความร้อนจากนิ้วมือของเขาวนเวียนอยู่ที่แก้มเธอ เธอไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่นิดเดียวเมื่อยามที่เขาสบตาของเธอ และเขาก็ค่อย ๆ ก้มหน้าลงมาที่ริมฝีปากของเธอ อาภรณ์ของเธอและเขากองอยู่บนพื้นไม้ที่ปลายเตียง ตอนนี้เขาและเธอต่างเปิดเผยเรือนกายอันเปล่าเปลือย จูบของเขาไม่ทำให้เธอรู้สึกวูบไหว แต่เธอก็จูบตอบเพื่อรักษาน้ำใจเขาที่อุตส่าห์มาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเธอ ริมฝีปากกลีบดอกไม้ของเขาแตะต้องไปที่ทุ่งดอกไม้ของเธอ แต่ไร้ซึ่งน้ำหวานละมุน เพียงฟ้าไม่แน่ใจว่าที่ไม่มีน้ำค้างกลางดงดอกทานตะวันนั้น เป็นเพราะเธอชอบผู้หญิง รักผู้หญิง และรู้สึกเฉยชาไร้อารมณ์ใด ๆ กับเขาซึ่งเป็นผู้ชาย หรือเพราะจริง ๆ แล้วเธอไม่ได้รู้สึกชอบเขาในแบบนั้นกันแน่ เมื่อต้นไม้แปลกที่เข้าไปอยู่ในทุ่งกว้าง เธอรู้สึกเจ็บปวดเกินทานทน น้ำหยดเล็ก ๆ ไหลออกจากปลายหางตาทั้งสองข้าง ดอกไม้ถูกฉีกทึ้ง กลีบขาดสะบั้นออกจากกัน น้ำยางสีแดงสดไหลเป็นสายลงสู่พื้นดิน เจ้าของร้านเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะยิ้มละไมแล้วก้มลงจูบอย่างอ่อนโยนที่หน้าผากของเธอ และเคลื่อนไหวนุ่มนวลขึ้น ถึงอย่างนั้นความปวดร้าวที่เพียงฟ้าได้รับก็ดูจะไม่ลดน้อยลงไปแต่อย่างใด เธอได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างจบลงโดยเร็ว แต่ความคิดนั้นไม่เป็นผล...ทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไป เพียงฟ้าหวนคิดถึงครั้งแรกที่ชิดชนกพาชมทุ่งดอกทิวลิปเหลือเกิน มันช่างอ่อนไหว อ่อนหวาน เธอยินดีรับทุกการเยี่ยมชม ยามที่นิ้วเรียวยาวแตะดอกไม้ต้นไหน มันก็ไหวเอนลู่รับการสัมผัส เมื่อตาของนกมองส่วนไหนของดอก มันก็ขึ้นสีระเรื่อ เขินอาย น้ำค้างไร้ที่มาเกาะอยู่ทุกหนทุกแห่งของใบไม้ ตาของเพียงฟ้าพร่ามัว เพราะความหวั่นไหว วาบหวามที่เกิดขึ้น เมื่อเมฆครึ้มฟ้าคะนองพาฝนให้ไหลชโลมหมู่มวลดอกไม้ให้ชุ่มช่ำนั้น เธอคิดว่าได้เห็นดาวกลางวัน มันส่องแสงสว่างเป็นประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์ ในที่สุดเจ้าของร้านก็หยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่าง จูบริมฝีปากของเธอ แล้วพลิกตัวลงนอน แขนแข็งแรงพาดผ่านเอวของเพียงฟ้า ไม่นานนักเขาก็ส่งเสียงสม่ำเสมอแผ่วเบา เธอยกแขนของเขาออกด้วยความระมัดระวัง เหลือบมองหยาดเลือดสีแดงสดบนผ้าปูที่นอนสีขาว เพียงฟ้าไม่รู้สึกอะไรเลยกับสิ่งนั้น ราวกับรอยเปื้อนนั้นเป็นของคนอื่นไม่ใช่เธอ แต่ที่เธอรู้สึกคงเป็นความเกลียดความเจ็บปวดระหว่างความเคลื่อนไหวนั้น ถ้าเป็นผู้หญิงธรรมดาคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกับครั้งแรกนะ พวกเธอเหล่านั้นจะรู้สึกเหมือนกับฉันรึเปล่า เพียงฟ้าได้แต่มองเพดานห้องสีดำทะมึน รอคอยคำตอบที่ยังมาไม่ถึงก่อนเผลอหลับไปในที่สุด