หลังฉาก ตอนที่ 1

ผมตัดสินใจเข้าฟังประชุมในวันแรก โดยคิดในใจว่า "ครั้งต่อไป กุคงไม่มาฟังอีก อะไรไม่รู้ ไร้สาระ" "การจะทำหนังที่กุไม่ได้แต่งเนี่ยะ ขัดใจแม่จริงๆ" เพื่อนที่ชวนผมเข้ามากำกับ ตอนแรกก็เหมือนว่าจะฟังความเห็นผมดี แต่ตอนหลังก็ค้านผมตลอด ตกลงจะให้ช่วยปะ? พอเงียบไป ก็กลับถามว่าทำไมไม่ออกความเห็น จะเอาอะไรกะกุอีก หา? ผมเดินกลับหอด้วยความท้อแท้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการเลย สิ่งที่ผมวาดไว้มันสลายไปหมด หายไปกับการโหวตครั้งนั้น ผมยังเจ็บใจตัวเองไม่หาย กลับมานอนคิดอยู่นานเหมือนกัน กว่าจะได้คำตอบว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบหนังของเรา อย่างเราเองยังไม่ชอบหนังของเค้าเลย เราจะมาบังคับให้ใครชอบสิ่งที่เราชอบไม่ได้หรอก คำถามคือ ละคะเวทีเรื่องอื่นๆ มีปัญหาแบบนี้มั้ย คนที่เคยส่งผลงานแต่ไม่ได้รับการคัดเลือก เค้ารู้สึกยังไง? ผมอยากคุยกับเค้าเหลือเกิน แต่ใครล่ะ? ถ้าผมไปถามรุ่นพี่ เค้าก็คงจำได้แค่คนที่ได้รับเลือกเท่านั้น "ใครจะไปจำเรื่องที่ไม่ได้ถูกเลือกล่ะ จริงมั้ย?" เมื่อเริ่มทบทวนตัวเองอีกครั้ง ผมก็รู้สึกว่า ผมยังไม่พร้อมที่จะแต่งละครอะไรดีๆขึ้นมาซักหนึ่งชิ้นจริงๆ จินตนาการผมถูกปิดกั้นด้วยความคิดคนอื่น ผมแคร์คนอื่นมากเกินไป ผมคิดเสมอว่าคนที่ได้รับสารจะรู้สึกอย่างไร แต่... มันไม่ใช่จุดประสงค์ของการทำละครของผมนี่ ผมต้องการทำในสิ่งที่ผมอยากทำ ถ้าอะไรที่ผมไม่อยากทำ ผมก็ไม่เห็นจะต้องฝืนเลย แต่ละครนี้มันเพื่อส่วนรวมนะ เอางี้ละกันครับ พบกันครึ่งทาง ผมจะเข้าไปช่วย เฉพาะในส่วนที่ผมอยากช่วย เพราะผมคงทำได้ดี จะบังคับให้ผมทำในสิ่งที่ไม่ชอบ มันคงออกมาไม่ดีเท่าไหร่ ให้คนอื่นทำเถอะครับ ผมไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ แต่ผมทำไม่ได้จริงๆ ...พรุ่งนี้ผมจะยังเข้าประชุมเหมือนเดิม แต่ในขณะเดียวกันบทละครบทใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น ละครของผมเอง ฉากชีวิตที่จำเจ นั่นแหละบทละครของผม ...