บทที่ 5 เนื้อเยื่อ
story
by Tikiisan | 11 Jun, 2009 16:14 pm
บทที่ 5 เนื้อเยื่อ
แม้เพียงแค่ 2 วัน ที่เกบริลถูกส่งมายังสถานสงเคราะห์แห่งนี้ แต่ก็ยังไม่รู้ว่านานเท่าไรที่เธอพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล และอีกไม่นาน ถ้ามีนักสืบรายอื่นเข้ามาสืบค้น หรือเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย สิ่งแรกที่เกบริลจะได้รับ คือการกักตัวเธอเพื่อทดลอง วิจัยต่างๆเกี่ยวกับตัวเธอ ซึ่งความวุ่นวายแบบนี้ทำให้เธออาจได้รับอันตรายร้ายแรงได้ รวมทั้งสูญเสียอิสรภาพที่เด็กควรได้รับ นั่นเป็นสิ่งที่ไม่น่าไว้วางใจอย่างมากหากผลพวงทั้งหมดที่ผู้ใหญ่ทำไปกระทบหรือกดดันความคิด ความรู้สึก หรือการรับรู้ทางจิตของเด็ก หากเมื่อถึงเวลานั้นการแก้ไขปัญหาทางจิตหรือแม้แต่จะเยียวยาเธอในภายหลังอาจสายเกินไป
ก่อนอื่นเขาต้องรู้ว่าเด็กน้อย เกบริล มีอายุเท่าไรแล้วในตอนนี้ บางทีเขาอาจจะยังไม่ทำอะไรมาก แค่ปล่อยไปสักพัก เฝ้ามองดูพฤติกรรมและวิเคราะห์อยู่ห่างๆ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ การเฝ้ามองเธอดูไม่ง่ายอะไรนัก แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถของเขา บางครั้งดีน ก็แฝงตัวอยู่ในกลุ่มอาจารย์ที่สอนห้องเดียวกับเกบริล และบางครั้งเขาก็อยู่ตามมุมหลืบของตึก พรางตัวราวกับว่าเขาเป็นกิ้งก่า เพื่อเก็บข้อมูลส่วนตัวของเกบริลให้มากที่สุด
เกบริล อายุ 4 ปีเมื่อเจอกับเขา พฤติกรรมของเธอก็ปกติเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่ก็มีบางอย่างที่ชัดเจนเกี่ยวกับเธอเพียง 2-3 เรื่องเท่านั้น เช่น ถ้าเธอได้ออกแรงหรือออกกำลังกาย แรกๆดูเหมือนจะเหนื่อย แต่สุดท้ายเธอก็อึดเกิดเด็กคนอื่นๆ และมีพละกำลังขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ เธอดื่มน้ำเข้าไปมากพอต่อความต้องการสำหรับมนุษย์ทั่วไปแล้วแต่เธอยังบ่นว่าหิวน้ำอยู่อีก เธอมีการได้ยินที่ยอดเยี่ยมเมื่ออยู่ในที่มืดและอับชื้น เช่น อุโมงค์ เธอโตไว และร่างกายของเธอจะเกิดอาการต่อต้านสารอาหารบางอย่างที่เราคิดว่ามันธรรมดา เช่นเป็นผื่นแดง หายใจไม่ออก ไปจนถึงขั้นร้ายแรงอย่างอาการชักตาตังได้เลย เพียงแค่ดื่มนมถั่วเหลือง หรืทานแป้งสาลีเข้าไป ซึ่งเด็กทั่วไปไม่มีใครแพ้อาหารพวกนี้เลย มันน่าแปลกจนทำให้ดีนอยากรู้ไปถึงกรุ๊ปเลือดและ ดีเอ็นเอ ของเธอเลยทีเดียว ส่วนพฤติกรรมแปลกๆที่เธอมักจะมีปฏิกิริยาตอบโต้เสมอ เมื่อเธอได้รับกลิ่นหอมจากดอกไม้เธอจะมีอาการใจเย็น สงบ และสุภาพ แต่เธอจะเกรี้ยวกราดกับที่ต้องพบเจอกับพื้นที่ที่มีกรง หรือตาข่าย เธอมักจะเดินหลบเสมอเมื่อเห็นสิ่งนั้น และจะร้องโวยวายทันทีหากมีใครแกล้งนำตาข่ายมาแตะตัวเธอ น่าแปลกที่เด็กคนหนึ่งจะกลัวลักษณะตาข่าย หรือซี่กรงได้มากขนาดนั้น
ดีน มาหาเธอบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนทัศนคติ และทำให้เธอคุ้นเคยกับเขาให้ไว เขาจะพกหนังสือนิทานสนุกๆเล่มเล็กมาให้เธออ่านเสมอ ซึ่งเกบริลเองก็ชอบ เธอจะตั้งใจอ่านมันอย่างจริงจัง ถ้าดูแล้วมันเป็นเรื่องที่น่าสนุก และวันนี้หลังเลิกเรียน เขาก็ชวนเธอมานั่งเล่นในสนามเด็กเล่นข้างโรงเรียน เช่นเดิมกับที่เขาเคยทำคือการให้หนังสือนิทานสนุกๆเล่มหนึ่งกับเธอ แลกกับข้อมูลบางอย่างที่เขาตั้งใจจะถาม
“หนูรู้ว่าคุณ สงสัยอะไรบางอย่างในตัวหนู” เธอกล่าว พลางมองหน้าของนักสืบดีนอย่างจริงจัง “แต่ก็อีกนั่นแหล่ะ เป็นเพื่อนกับคุณก็ไม่ได้เสียหายอะไรนัก เพราะได้อ่านนิทานสนุกๆเรื่อยๆ” เธอกล่าวเสริมก่อนที่จะหันมาอ่านหนังสือต่อ
“แล้วเธอคิดว่าฉัน สงสัยอะไรอยู่หรอ” นักสืบดีนหันไปถามเด็กหญิงที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสืออย่างใจจดใจจ่อ
“หนูก็ไม่รู้ว่าคุณจะทำอะไร หรือทดสอบอะไรหนู แต่หนูต้องระวังตัวอยู่แล้วล่ะ อีกอย่าง หนูก็รู้ว่าคุณสงสัยว่าหนูเป็นตัวอะไร เป็นใคร ถึงขนาดอยากที่จะผ่าวิจัยหนูด้วยซ้ำ แต่คุณไม่ทำแน่ เพราะนั่นไม่ใช่วิธีของคุณ และคุณก็สงสัยว่าหนูเป็นฆาตกรฆ่าคนด้วย!”
ดีน มีสีหน้าที่ตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเด็กสาวพูดออกมาเช่นนั้น “ถูกมั้ยล่ะ” เกบริลชายตามองนักสืบหนุ่ม เธอเลิกคิ้วแกมประชดเล็กน้อยก่อนจะ ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อไป
จบการสนทนาสำหรับทั้งคู่ กับเวลาที่เคลื่อนคล้อยลง “เวลานี้ก็บ่าย 4 โมงเย็นแล้ว ฉันต้องกลับแล้วล่ะ” เกบริล และดีน เดินออกจากสนามเด็กเล่น แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
รถบรรทุกคันใหญ่ก็วิ่งตรงเข้ามาหาคนทั้งคู่ ขณะที่กำลังเดินข้ามถนน แต่ก่อนที่รถคันนั้นจะวิ่งเข้ามาดีนเห็นว่าที่ล้อหน้ารถของรถมีรอยฉีกขาด ต้องเกิดอะไรขึ้นกับยางล้อรถฉะนั้นรถคันนี้ เกบริลออกอาการตื่นตระหนกเล็กน้อยก่อนจะผลักนักสืบดีนออกไปจากบริเวณนั้นด้วยปลายนิ้วของเธอเอง และนอนราบติดกับพื้นถนนเมื่อรถคันนั้นวิ่งเข้ามาประชิดตัว รถบรรทุกวิ่งไถลไปในแนวขวางจนไปปะทะกับต้นเฮเซลนัทต้นใหญ่ ใกล้กับเสาไฟฟ้า ข้างสนามเด็กเล่น โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ รถบรรทุกคันนั้นได้เกี่ยวเสื้อคลุมของเกบริลติดตามไปด้วย มันลากเสื้อของเธอไปไกลพอสมควร รถผ่านพ้นไปโดยร่างของเธอลอดไต้รถบรรทุกนั่น เกบริลนอนแน่นิ่งในท่าคว่ำหน้า เธอหมดสติ ศีรษะและร่างของเด็กน้อยชุ่มไปด้วยเลือด ควันพุ่งขโมงจากฝากระโปรงหน้ารถบรรทุก ผู้คนรอบข้างวิ่งเข้ามามุงดูในระยะปลอดภัย คนขับรถบรรทุกฝืนลุกยืนด้วยความยากลำบาก เขาเองก็บาดเจ็บไม่น้อยเหมือนกัน แต่ก่อนที่ดีนจะเดินไปถึงร่างของเกบริลที่นอนแน่นิ่งอยู่ รถพยาบาลก็มาถึง เจ้าหน้าที่ทุกคนลงมาตรวจสอบผู้ได้รับบาดเจ็บ และพาร่างของเด็กน้อยขึ้นรถฉุกเฉินไป ดีนสำรวจทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่เขาจะทำได้ เสียงวิทยุสื่อสารของตำรวจและเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลดังปะปนกัน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องวิ่งสวนกันวุ่นวาย
“ไง ดีน..? ผมพึ่งได้รับวิทยุสื่อสารว่าคุณพึ่ง....” โบวี่ ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนเอกชนที่ดีนสังกัดอยู่ หยุดมองสภาพของเขาชั่วขณะ ก่อนจะทักต่อด้วยความเป็นห่วง “…เอ่อ คุณดูไม่ดีเลย ให้ผมช่วยคุณมั้ย หรือพาไปส่งที่ใหนก็ได้”
นักสืบดีนยืนโงนเงนอยู่ชั่วครู่ เขาลูบหน้าตัวเอง แสดงอาการที่เข้มแข็งขึ้น “อ่า ผมไม่เป็นไร แค่มึนๆ เพราะถูกผลัก ... เอ่อ ... เพราะถูกกระแทกแล้วกระเด็นไปปะทะฟุตบาท” เขาหลับตา แล้วแหงนหน้าขึ้นฟ้า ก่อนจะหันไปบอกกับโบวี่ “ถ้างั้น คุณช่วยพาผมไปที่โรงพยาบาลที่เด็กคนนั้นต้องไปรักษาที“
โบวี่รับปากและรีบพาเขาไปโรงพยาบาลทันที ระหว่างทางดีนไม่พูดอะไรเลย เขาเอาแต่สาละวนกับการจดบันทึกลงสมุดเล่มเล็ก และเครื่องอัดเสียงขนาดจิ๋วคู่ชีพของเขา เสียงของเขาทุ้มมากจนโบวี่เองก็ฟังไม่ออกเช่นกันว่าดีนพูดว่าอะไร ไม่นานก็ถึงโรงพยาบาล หลังจากที่เขากล่าวขอบคุณโบวี่ เขาก็เดินตรงไปยังห้องฉุกเฉินทันที เมื่อไปถึงพยาบาลกำลังทำแผลให้กับเกบริล เธอมีแผลฟกช้ำตามลำตัวและศีรษะเล็กน้อย ดูไม่เหมือนกับตอนแรกที่เธอนอนจมกองเลือดของตัวเองอยู่ การเต้นของหัวใจปกติ เธอสามารถหายใจได้เองโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจใดๆเลย หลังจากที่พยาบาลทำแผล และเคลื่อนย้ายเธอไปนอนที่เตียงผู้ป่วยทั่วไป ดีนตามเข้าไปดูอาการของเด็กน้อยอย่างเงียบๆ
“ดีน” เสียงเรียกเล็กๆ และแผ่วเบาดุจสายลมที่ผ่านพัดหูดังปลุกโสทประสาทการได้ยินของเขา นักสืบหนุ่มลุกขึ้นมามองใบหน้าเล็กๆที่ลืมตามองเขาเช่นเดียวกันอย่างเลื่อนลอย “ดีน คุณต้องช่วยหนู” “ช่วย... ฉันต้องช่วยอะไรเธอ” นักสืบหนุ่มคิดในใจ
“คุณเท่านั้น ที่ช่วยหนูได้ เฉือนเนื้อที่ใหล่ของหนูออกไป” นักสืบดีนตกใจเล็กน้อยเมื่อเด็กน้อยร้องขอให้เขาปฏิบัติเช่นนั้น
“ดีน คุณต้องทำมันเดี๋ยวนี้ เฉือนเนื้อนั้นออกไป ถ้าไม่มีเนื้อเยื่อใหม่ หนูต้องตาย” นักสืบดีนยิ่งออกอาการงง เมื่อเธอพูดถึงการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ในร่างกาย อย่างไรก็ตามเขาตัดสินใจเฉือนชิ้นเนื้อบริวณใหล่ของเด็กน้อยออกมาเก็บไว้ในถุงสูญญากาศที่เขาพกติดกระเป๋าไว้เก็บหลักฐานต่างๆ
“ออกไปได้แล้ว อย่ากลับมาที่นี่อีก!” เด็กน้อยตะคอก และลนลานราวกับเธอกำลังจะชัก เธอถลึงตาจ้องนักสืบดีน ขณะที่ตะคอกเขาว่า “จำไว้นะ คืนนี้ห้ามมาที่นี่ เด็ดขาด เนื้อเยื่อของหนูต้องปลูกถ่าย ถ้าไม่อยากให้ใครบาดเจ็บ อย่าพาใครมา อย่ามาที่นี่ ไปให้ใกลๆ จำไว้นะ!!!”
แม้เด็กน้อยจะพูดจาไม่รู้เรื่อง และเขาเองก็ไม่เข้าใจ แต่คำเตือนเหล่านี้ก็ทำให้เขาคิด...ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม เขาสัญญากับเธอว่าจะทำตามนั้น หลังจากที่ดีนเดินออกจากห้องไป เกบริลก็นอนสงบราวกับว่าเธอถูกฉีดยาสลบ แต่หารู้ไม่ว่า ในความเงียบนั้นสิ่งแปลกประหลาด กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า.....
โปรดติดตามชม ตอนต่อไป











Comments
Buy Chanel handbags online,
To buy Lida daidaihua
To buy Rolex on line! Find
To buy louis vuitton online,