ให้หนังสอนปรัชญา ภาค 1
ห้องเรียนปรัชญา กับการเปิดหนังในคอร์ส เป็นของคู่กันมาตั้งแต่ข้าพเจ้าจำความได้ หนังช่วยชุบชีวิตการเรียนปรัชญาให้ออกจากวงจรอุบาทว์แห่งความน่าเบื่อหน่าย และมันเป็นข้ออ้างชั้นดีที่จะหาความบันเทิงไปในเวลาที่ควรจะต้องหาความรู้
แต่นักปรัชญาว่าอย่างไรบ้างกับการใช้หนังเป็นสื่อการสอนวิชาปรัชญา?
4.1. เพลโตกับหนัง

อย่าเอาคำถามนี้ไปถามเพลโต นักปรัชญากรีกเด็ดขาด เพราะแกจะตอบเสียงขึงขังว่าทำไม่ได้ เพลโตมีสัมพันธ์ย่ำแย่กับศิลปะ เนื่องจากเขาเชื่อว่าศิลปะทำให้ประชาชนห่างไกลจากความจริงแท้สูงสุด ศิลปะสามารถตลบแตลง บิดเบือนความจริงได้ ในหนังสือบางเล่ม เขาถึงกับแนะนำว่ารัฐที่ดีต้องไม่มีศิลปิน แต่การสอนวิชาปรัชญาคือการทำให้ผู้เรียนเข้าไปถึงความจริง หนังสอนวิชาปรัชญาในทัศนคติของเพลโต ก็คงจะเทียบได้กับเอาคนอ้วนมาสอนวิธีการกินอาหารเพื่อรักษาหุ่น สอนยังไงก็ไม่รู้เรื่อง นักปรัชญาสมัยใหม่หลายท่านก็ดูเหมือนจะตามน้ำ ไปกับเพลโตด้วย ส่วนใหญ่ชี้ไปที่ปัญหาของวิธีเล่าเรื่องของหนังเอง ที่ทำให้หนังไม่สามารถมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาทางปรัชญาที่ซับซ้อนได้ เรื่องนี้เข้าใจได้ เพราะเนื้อหาทางปรัชญาส่วนใหญ่เต็มไปด้วยแนวคิดนามธรรม ที่น่าจะถ่ายทอดได้ดีกว่าด้วยการใช้คำ มากกว่าใช้ภาพ แต่เราจะปลดระวางหนังออกจากคาบเรียนปรัชญาได้ลงคอจริงหรือ? 4.2. นักปรัชญาบ้าหนังขอแย้งครั้งที่หนึ่ง นักปรัชญายุคใหม่ที่ชอบดูหนังหลายคน จะพยายามหาข้ออ้างที่ทำให้สามารถเปิดหนังในคาบเรียนปรัชญาให้จนได้ ข้ออ้างแรกคือ หนังเป็นแบบฝึกหัดทางความคิด (Thought Experiment) คือชวนให้คนดูคิดตามหนังว่าถ้ามีเหตุการณ์แบบนั้น แบบนี้แล้วจะมีทางแก้ไขเชิงปรัชญาอย่างไร สำหรับคนไม่คุ้นเคยกับปรัชญา ขออธิบายก่อนว่าแบบฝึกหัดทางความคิด (Thought Experiment) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในคาบเรียนปรัชญาอยู่แล้ว และคิดว่าน่าจะใช้กันก่อนจะมีหนังกำเนิดบนโลกด้วยซ้ำไป ตัวอย่างแบบฝึกหัดทางความคิดที่ข้าพเจ้าเจอเช่น มีภูเขาลูกหนึ่งที่ขวางทางเดินเข้าหมู่บ้าน ไม่มีใครเห็นความงามของเขาลูกนี้ ยิ่งกว่านั้นยังรู้สึกรำคาญพาลพากันคิดว่ามันช่างอัปลักษณ์ด้วย จนมีกวีผ่านมาเจอและเขียนบทความพรรณนาความงามของเขาลูกนี้ จนทุกคนรวมถึงคนในหมู่บ้านเริ่มเห็นความงามของมัน ถามว่าภูเขามีลักษณะที่งามอยู่แล้วแต่คนเพิ่งเห็น หรือเพราะมันงามเมื่อมีคนดังมาชมกันแน่ หนังสามารถทำหน้าที่นี้ได้เช่นกัน ฉากเลือกเม็ดยาสีฟ้า สีแดงใน The Matrix เป็นแบบฝึกหัดชั้นดีว่าด้วยความจริง กับภาพลวงในวิชา Metaphysics หรือใน Memento การที่ฆาตกรจำเหตุการณ์ ข้อเท็จจริงในอดีตที่ผ่านไปในระยะสั้นไม่ได้ จะทำให้เหตุการณ์นั้นๆ ไร้ความหมาย เหมือนกับว่าไม่มีอยู่ จริงหรือไม่ ยิ่งถ้าเอาหนังเข้ามาเปิดในคาบจริยศาสตร์ ความสนุกสนานก็จะเพิ่มขึ้น คนที่หลงใหลกับปัญหาจริยศาสตร์ อาจอยู่กับคำถามอย่าง การออกล้างแค้นของเจ้าสาวที่ถูกทำลายงานแต่งงานใน Kill Bill มีความชอบธรรมมากน้อยอย่างไร ได้เป็นวันๆ แต่ข้ออ้างนี้ก็ยังไม่พ้นข้อครหาว่าหนังทำได้แค่ แตะๆ ประเด็นปรัชญาเท่านั้น ถ้าจะให้ถึงกับแก้ปัญหาปรัชญาอย่างเป็นระบบคงเกินความสามารถ [ต่อบทความในชุด ลำดับที่ 7]
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความชุดปรัชญาภาพยนตร์เบื้องต้น (Philosophy of Film) เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับปัญหาทางปรัชญาอันเกี่ยวข้องกับสื่อภาพยนตร์
- Tags: philosophy of film





Comments
#5637
Comment by
ghd pink |
Thu, 2011-06-30 11:10
#4428
Comment by
ghd pink |
Sat, 2010-09-04 02:40