เธอรู้สึกเหมือนฉันไหม ภาค 1: ว่าด้วยความรู้สึกและการดูหนัง
มันเป็นหมาแสนรู้ แสนฉลาดตัวหนึ่ง ความน่ารักของมันสร้างความเบิกบานให้คนรอบข้าง มีอยู่วันหนึ่งมันถูกยิงโดยคนใจร้านคนหนึ่ง ผู้สังเกตการณ์ในคืนนั้นต่างตกอกตกใจ รวมถึงผู้ปกครองข้าพเจ้าด้วย
ไม่ใช่หมาจริงที่ไหนหรอกครับ มันคือหมาพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเว่อร์ในละครหลังข่าวเรื่องหนึ่งชื่อว่าหั้งตู๋ ท่าทางมันแสนรู้และฉลาดเหมือนคน ที่สำคัญคือมันเปล่งเสียงในใจออกมาให้ผู้ชมฟังได้ด้วย
นักปรัชญาพากันงงงวยว่าทำไมคนดูหนังต้องอินไปกับสิ่งที่เกิดบนหน้าจอ ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องจริง และชะตากรรมของตัวละครในนั้นก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับคนดูละครสักนิดเดียว เช่น หั้งตู๋โดนยิงก็ไม่มีผลให้ใครถูกไล่ออกจากงานในวันรุ่งขึ้น
ความรู้สึกร่วมไปกับเรื่องราวบนหน้าจอ มันมาจากไหนกัน?
3.1. เพราะคนดูสวมบทบาทเป็นตัวละครที่ชอบ
การไปดูหนังสำหรับบางคน คือการเดิมส่วนขาดในชีวิต คนทำหนังบางสำนักประเคนความต้องการนั้นอย่างเต็มที่ ให้พระเอกหน้าตาดี รวย แบดบอย รถสวย นางเอกหรูหรา งดงาม หรือแม้ไม่งามก็มีโชคชะตาดีเหลือเชื่อ นี่เป็นที่มาของ ‘ทฤษฎีการกำหนดอัตลักษณ์’ (Identification Theory)

นักคิดกลุ่มนี้จะเถียงว่า หนังไม่เกี่ยวกับคนดูได้ยังไง ก็คนดูเขาสวมความเป็นตัวละครในหนังระหว่างดู ดังนั้นถ้าจะมีความรู้สึกร่วมไปกับตัวละครนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ข้าพเจ้าโดยส่วนตัวไม่นิยมความคิดนี้เท่าไหร่ เพราะถ้านึกย้อนไปในเวลาดูหนัง ก็ไม่ได้อยากจะสวมความเป็นใครในหนัง อย่างตอนดูหนังเรื่อง “ใคร...ในห้อง” เมื่อต้นปี ก็หาตัวละครที่สติสตางค์ดีๆ เพื่อให้สวม ‘อัตลักษณ์’ เข้ามาไม่ได้เลย ยิ่งหนังสมัยใหม่ที่มีแนวคิดศีลธรรม ความถูกต้องที่คลุมเครือแล้ว ความรู้สึก ‘ไม่ได้อยากเป็นใครในหนัง’ ก็จะแรงยิ่งขึ้น
ต่างจากหนังสมัยก่อนที่คนดูหนังอยากจะเป็นตัวละครดังๆ สักตัว ไม่ว่าจะเป็นคาวบอย ซามูไร จอมยุทธพเนจร (น่าวิจัยเพิ่มว่าทำไมจอมยุทธพเนจร ภาพลักษณ์ดูเท่กว่าจอมยุทธมีสำนัก)
ไหนๆ ก็ไหนๆ พูดเพิ่มสักหน่อยว่าความคิดนี้แม้จะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่เอาเข้าจริงแล้วใช้เยอะในวงการวิจารณ์หนัง

รูปคุณ Mulvey
หากจะเริ่มศึกษาทฤษฎีสตรีนิยมในหนังอย่างจริงจังแล้ว ความคิดที่ต้องผ่านมือแน่นอน คืองานของ Laura Mulvey ข้อสรุปส่วนหนึ่งของเธอคือ หนังส่วนใหญ่สร้างจากสายตาของผู้ชาย (Male Gaze) และทำให้ผู้หญิงกลายเป็นวัตถุแสดงความสวยความงามเท่านั้น สายตาของผู้ชายในที่นี้อาจหมายถึงการสร้างตัวละครชายที่มีอำนาจวาสนาเข้าไปอยู่ในหนัง และให้ผู้ชายจ้องมองกำหนดอัตลักษณ์ว่าเป็นผู้ชายที่อยู่ในนั้น
ถ้ามีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นหน่อย เราสามารถอธิบายหนังหลายเรื่องในเชิงสังคมวิทยาอื่นๆ จาก Identification Theory ได้ เช่น สังเกตพฤติกรรมคนทำหนังที่มันให้คนเชื้อชาติหลักในรัฐเป็นตัวละครเอก แล้วให้ความสำคัญตัวละครที่เป็นชนกลุ่มน้อยในรัฐน้อยกว่า หรือถึงขั้นดูถูกดูแคลน เป็นต้น
ถ้าจะให้สร้างสรรค์เพิ่มขึ้น คนทำหนังอาจสร้าง ‘อัตลักษณ์’ แปลกๆ มาให้ดนดูลองเลือกสวมใส่กัน เช่น ซุปเปอร์ฮีโร่ที่เป็นชาวรักร่วมเพศมีแฟนที่อ่อนแอกว่าเป็นชายแท้อาชีพวินมอเตอร์ไซด์ ในหนังเรื่อง Iron Pussy
แต่ก็อย่างว่า ทั้งหมดนี้จะกลายเป็นของเพ้อเจ้อทันที ถ้าพิสูจน์อย่างถึงที่สุดได้ว่า Identification Theory เป็นเรื่องโกหก
[ต่อบทความในชุด ลำดับที่ 5]
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความชุดปรัชญาภาพยนตร์เบื้องต้น (Philosophy of Film) เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับปัญหาทางปรัชญาอันเกี่ยวข้องกับสื่อภาพยนตร์
- Tags: philosophy of film, Laura Mulvey





Comments
#7101
Comment by
49ers Red Jersey |
Tue, 2011-12-13 10:33
Jets Jersey Antonio Cromartie Jersey Bart Scott Jersey Braylon Edwards Jersey Brett Favre Jersey Chad Pennington Jersey D'Brickashaw Ferguson Jersey Darrelle Revis Jersey Dennis Byrd Jersey Dustin Keller Jersey Dwight Lowery Jersey Jerricho Cotchery Jersey Joe Namath Jersey Jonathan Vilma Jersey Kyle Wilson Jersey LaDainian Tomlinson Jersey Laveranues Coles Jersey Leon Washington Jersey Mark Sanchez Jersey Nick Mangold Jersey Santonio Holmes Jersey Shonn Greene Jersey Thomas Jones Jersey Vernon Gholston Jersey
#7093
Comment by
49ers Red Jersey |
Tue, 2011-12-13 10:29
49ers Red Jersey Alex Smith Jersey Anthony Davis Jersey Brian Westbrook Jersey Deion Sanders Jersey Frank Gore Jersey Isaac Sopoaga Jersey Jerry Rice Jersey Joe Montana Jersey Michael Crabtree Jersey Mike Iupati Jersey Nate Clements Jersey Nate Davis Jersey Patrick Willis Jersey Roger Craig Jersey Ronnie Lott Jersey Steve Young Jersey Taylor Mays Jersey Vernon Davis Jersey
#5639
Comment by
ghd pink |
Thu, 2011-06-30 11:11
#4430
Comment by
ghd pink |
Sat, 2010-09-04 02:45