มา ‘ขายตัว’ ด้วยการทำ Showreel กันเถอะ (ตอนที่ 1)
ทำหนังสั้น เอ็มวี แอนิเมชั่น งานภาพเคลื่อนไหวอะไรต่ออะไรมาเยอะแยะ แต่เวลาใครถามว่าทำอะไรมามั่ง น่าสนใจตรงไหน ...จะตอบเค้ายังไงดีเนี่ย? ใช้วิธีส่งงานที่เคยทำไปให้เขาดูเลยดีมั้ย แล้วจะส่งกี่ชิ้นดีล่ะ? เขาจะยอมเสียเวลาดูรึเปล่า? เอ๊ะ หรือเอางานมายำให้เป็นอะไรสั้นๆ ที่ดูสนุกเข้าใจง่ายดีกว่า? แล้วจะยำยังไง? เอามาตัดๆ แล้วต่อๆ เข้าด้วยกันก็ใช้ได้แล้วเหรอ?
...ถ้าคุณกำลังมีคำถามพวกนี้อยู่ในใจ บทความต่อไปนี้มีคำตอบ!

เรียกมันว่า Showreel
‘โชว์รีล’ แปลง่ายๆ ได้ว่า ‘คลิปวิดีโอที่มีไว้โชว์’ (บางทีเรียก Demo reel – เดโม่ รีล) หรือ ‘ตัวอย่างผลงาน’ หรือก็คือการเลือกบางส่วนของงานหลายๆ ชิ้นที่เราเคยทำไว้และคิดว่ามันดีพอสำหรับการโชว์ มาตัดต่อร้อยเรียงเข้าด้วยกันใหม่เป็นภาพเคลื่อนไหวสั้นๆ เพื่อให้คนอื่นได้เห็นภาพรวมๆ อย่างกระชับได้ใจความที่สุด และน่าสนใจที่สุดว่า “ฉันเคยทำอะไรมาบ้าง และงานของฉันเยี่ยมยอดขนาดไหน”
โชว์รีลเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับคนทำงานภาพเคลื่อนไหว เพราะจะใช้ส่งไปเพื่อสมัครเรียน, สมัครงาน, ขอทุน, ของานก็ได้ทั้งนั้น เพื่อให้คนอื่นได้เห็นภาพรวมของความสามารถของเรา น่าเสียดายที่น้อยคนเหลือเกินจะเห็นความสำคัญของการทำโชว์รีล และยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ที่จะทำออกมาได้น่าสนใจจนคนอยากดูจริงๆ และสามารถ ‘ขายตัว’ เราได้จริงๆ
เอาล่ะ ถ้าคุณนึกอยากลองทำโชว์รีลกับเค้าบ้างแล้ว ก็ลองมาเริ่มกันตรงนี้เลย...
ข้อควรระวัง : เราควรทำโชว์รีลก็ต่อเมื่อมีผลงานมากพอทั้งด้านปริมาณและคุณภาพนะจ๊ะ ถ้าเคยทำหนังสั้นมาแค่เรื่องสองเรื่อง, เคยทำแอนิเมชั่นไว้หลายช็อตแต่ยังไม่เสร็จซักที, ทำเอ็มวีมาเพียบแต่ดูไม่ได้ซักอัน ฯลฯ ก็อย่าใจร้อน การไม่มีโชว์รีลเลยก็ยังดีกว่าการมีโชว์รีลที่แสดงให้คนอื่นได้เห็นว่าเราเคยทำงานมาแค่ไม่กี่ชิ้น แถมยังเป็นงานที่ไม่น่าสนใจไม่ว่าในด้านไหนๆ อีกต่างหาก
1. ยาวแค่ไหนดี
ไม่มีใครเต็มใจมานั่งดูผลงานของเราเป็นชั่วโมงๆ หรอกนะ โชว์รีลควรยาวแค่ 3-5 นาที หรือจริงๆ แล้วแค่ 30-60 วินาทีก็ยังได้ อาจฟังดูสั้นจุ๊ดจู๋ แต่มันคือความยาวมาตรฐานของโฆษณาทางทีวีส่วนใหญ่นั่นแหละ และความจริงประการนี้ก็นำมาซึ่งข้อแนะนำแรกว่า จงทำโชว์รีลของเราให้เป็นเสมือนโฆษณาทีวีชั้นดีที่สินค้าคือตัวเราเอง เป็นโฆษณาที่ซึ่งจะทำให้ผู้ชมเข้าใจความสามารถและประสบการณ์ของเราชัดเจน และเมื่อดูจบ เขาจะเกิดความสนใจอยากเปิดดูอะไรๆ อื่นๆ ของเราต่อเพื่อทำความรู้จักเราให้มากยิ่งขึ้น
2. ใส่อะไรบ้าง?
เราต้องตอบให้ได้ก่อนว่า เราจะทำโชว์รีลให้ใครดู และเพื่ออะไร
การใส่ทุกอย่างเพื่อประกาศว่า “ฉันทำได้ทุกอย่าง ใช้เป็นทุกโปรแกรม” หรือ “เคยทำมาแล้วเยอะแยะ ดูเอาเองก็แล้วกัน” นั้นไม่มีประโยชน์เลยสำหรับการอธิบายความเป็นตัวเราในฐานะผู้เชี่ยวชาญหรือเก่งกาจในงานด้านใดเป็นพิเศษ ฉะนั้น ต้องนึกไว้เสมอว่า คุณกำลังจะส่งโชว์รีลนั่นไปให้ใครดู และหวังจะได้งานอะไรจากเขา (หรือได้เรียนในคณะอะไร) แล้วก็ทำโชว์รีลที่แสดงความสามารถด้านนั้นๆ ของคุณให้ชัดๆ โดย
2.1 โชว์แต่งานชิ้นที่ดีที่สุดเท่านั้น เลือกใส่แต่สิ่งที่เป็น ‘สุดยอด’ เพื่อกระตุ้นให้คนดูอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรา แล้วค่อยชี้ชวนให้เขาไปเปิดดูรายละเอียดหรืองานอื่นๆ ของเราเพิ่มเองในแฟ้มประวัติหรือดีวีดีรวมลงานที่เราส่งแนบไปด้วย
2.2 โชว์เท่าที่จำเป็น+เน้นความหลากหลาย อย่าใส่งานชิ้นเดิมซ้ำไปซ้ำมา เลือกแต่ชิ้นที่ดีที่สุดของความสามารถประเภทนั้นๆ
2.3 โชว์ทีเด็ดให้เร็วเข้าไว้ อย่ามัวเสียเวลาเกริ่นนำ แต่จงนำเสนอทีเด็ดของเราอย่างเร็วตั้งแต่ต้น นี่คือเหตุผลที่เทคนิค ‘การตัดต่อเพื่อเล่าเรื่อง’ มักถูกนำมาใช้เสมอในโชว์รีล โดยนำบางส่วนของผลงานหลายๆ ชิ้นมาต่อเข้าด้วยกันแบบเร็วๆ สั้นๆ ให้เกิดความต่อเนื่องของเรื่องราว -คือไม่ใช่แค่ตัดงานมาต่อเข้าด้วยกันเฉยๆ แต่ดูต่อเนื่องเหมือนเป็นเรื่องราวด้วย- และใช้เพลงประกอบหรือดนตรีช่วยสื่ออารมณ์และความหมายเพิ่มเติม (อย่างไรก็ตาม อย่าตัดเร็วซะจนดูไม่ทันล่ะว่าเป็นงานอะไร เด่นยังไง)
2.4 คุณอยากถูกจดจำแบบไหน จงถามตัวเองด้วยคำถามนี้เสมอในการทำโชว์รีล ...เราอาจมีอารมณ์ขันซกมกเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เพื่อนๆ ฮากลิ้ง แต่พึงหลีกเลี่ยงการนำ ‘รสนิยมส่วนตัวเพี้ยนๆ’ ใส่เข้าไปในโชว์รีลเพราะนอกจากมันอาจไม่ได้เรียกเสียงหัวเราะจากคนทำงานระดับมืออาชีพแล้ว มันยังจะทำให้คุณถูกพวกเขาจดจำด้วยภาพลักษณ์พิลึกพิลั่นไปอีกนานแบบที่คุณไม่ตั้งใจจะให้เป็นอีกต่างหาก
3. ‘ง่ายแต่แม่น’ ดีกว่า ‘ซับซ้อนแต่กลวง’
โชว์รีลไม่ใช่คลิปรวมตัวอย่างโปรแกรมนะจ๊ะ แต่มันคือ การรวมตัวอย่างผลงานระดับสุดยอดที่แสดงให้โลกได้เห็นว่า เรามี ‘ความรู้พื้นฐาน’ ที่จำเป็นต่อการทำงานประเภทนั้นๆ มากน้อยแค่ไหน ดังนั้น การเลือกใส่งานที่ทำขึ้นอย่างสุดซับซ้อนยุ่งยากแต่ผลที่ได้ดูราวกับเป็นงานของมือสมัครเล่น ย่อมมีประโยชน์น้อยกว่างานที่ทำอย่างง่ายๆ แต่ประณีตบรรจง (เช่น ถ้าเราจะสมัครงานทำแอนิเมชั่น คลิปตัวการ์ตูน 2 มิติที่สร้างด้วยเทคนิคง่ายๆ แต่ทำท่าทางเคลื่อนไหวอย่างราบรื่น ย่อมพิสูจน์ให้เห็นทักษะในการแอนิเมตได้ดีกว่าคลิปแอนิเมชั่น 3D ที่ตัวละครเดินแข็งโป๊ก)
ที่สำคัญ อย่าลืมโชว์รสนิยมด้านความงามด้วย ยิ่งหากเป้าหมายคือการหางานในแวดวงออกแบบ การแสดงให้เห็นว่าเรามีสายตาอันดีเยี่ยมในการเลือกใช้สี แสง ภาพ ตัวอักษร ฯลฯ (ทั้งในตัวผลงาน, ไตเติล ไปจนถึงสกรีนหน้าแผ่นดีวีดีและบนกล่องดีวีดีนั่นเลย) ย่อมสำคัญมาก
ตัวอย่างโชว์รีลน่าสน :

Notactualsize 2009 Showreel
(คลิกดูได้ที่ www.notactualsize.net)
เจค พอร์ตแมน หรือ notactualsize เป็นโมชั่นกราฟฟิกและไตเติ้ลดีไซเนอร์ที่มีผลงานเด่นๆ อย่างการออกแบบไตเติ้ลรายการของ Nickelodeon, รายการของ เฮาเวิร์ด สเติร์น, งานแจกรางวัลหนัง Independent Spirit Awards และทำ The Forest in Winter แอนิเมชั่นขนาดสั้นเรื่องของหนูน้อยหมวกแดงเวอร์ชั่นฮาหลุดโลก
โชว์รีลของพอร์ตแมนเป็นตัวอย่างของการเลือกผลงานที่แสดงทักษะด้านแอนิเมชั่นหลากหลาย, ตัดต่อภาพเข้ากับจังหวะคึกคักของดนตรี และยังมีอารมณ์ขันร้ายๆ ตอนต้นกับท้าย ซึ่งจะเป็นวิธีที่พบได้ในโชว์รีลส่วนใหญ่ แต่ไม่ทุกชิ้นที่จะทำออกมาได้ลงตัวแบบนี้
พอร์ตแมนบอกเคล็ดลับมากับ ‘ฟิ้ว’ ว่า “เวลาทำโชว์รีล ผมจะเริ่มจากหาเพลงหรือดนตรีที่ชอบก่อน มักเป็นเพลงที่ติดหูมาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่เพลงตามกระแส แล้วก็ใส่งานเข้าไปให้หลากหลาย อย่าใช้ตัวเดียวซ้ำๆ บ่อยนัก ส่วนการตัดต่อก็เน้นการเคลื่อนกล้องเพื่อเปลี่ยนภาพจากงานหนึ่งไปงานต่อๆ ไปให้ดูต่อเนื่องราบรื่นครับ”

Hee Bok Lee 2008 Showreel
(คลิกดูได้ที่ www.heeboklee.com)
ฮีบ็อคลี เป็นคนทำหนังและดีไซเนอร์ชาวเกาหลีที่ถนัดด้านการออกแบบไตเติ้ลซีเควนซ์, ตัวอักษร (Typography) และงานอินเตอร์แอ็กทีฟ ปัจจุบันเป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์อยู่ที่ Prologue Films ตัวอย่างงานเด็ดๆ ของเขาก็เช่น ไตเติ้ลเปิดหนัง Superman Returns, Spider-Man 3, Ghost Rider, Smokin’ Aces, The Painted Veil, หนังสั้น Tread Softly, แอนิเมชั่น Voice of Whale, โฆษณา HP
เขาบอกเคล็ดลับมากับ ‘ฟิ้ว’ด้วยว่า “หลักในการทำโชว์รีลที่ดีก็คือ ต้องนึกถึง ‘ภาพรวม’ ครับ อย่าคิดว่ามันเป็นแค่การจับงานเก่าๆ ของเรามารวมๆ กัน แต่ให้มองว่ามันก็คืองานออกแบบอีกชิ้นหนึ่ง ฉะนั้นเราจะนำเสนอมันเป็นรูปแบบไหนก็ได้ เป็นหนังสั้น, เป็นมิวสิกวิดีโอ ฯลฯ หรือพูดอีกอย่างก็คือ เราต้องให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องด้วยภาพเสมือนว่ามันเป็นหนังเรื่องนึง – จะเปิดเรื่องแนะนำตัวเรายังไง จะพัฒนาภาพและเรื่องไปสู่ไคลแม็กซ์ยังไง และจะสรุปลงยังไง”
ยังมีอีกหลายข้อคิดน่าสนใจเกี่ยวกับการทำโชว์รีล ...กลับมาพบกันใหม่ในตอนหน้าจ้ะ
- Tags: โชว์รีล, เดโม่ รีล, วิดีโอ, showreel, notactualsize, Hee Bok Lee, Demo reel





Comments
#4392
Comment by
ghd pink |
Sat, 2010-09-04 01:31
#4100
Comment by
longgege |
Mon, 2010-07-05 08:21