มาทำ ‘หนังสั้น’ กันเถอะ! (ตอนที่ 2) : หาไอเดียจากไหนดี
‘ทำหนังสั้น’...ฟังเหมือนง่าย แต่เรารู้ว่าสำหรับหลายๆ คน มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่ฝันเพราะสารพัดเหตุผล ดังนั้น เพื่อให้ฝันของคุณในการจะมีหนังสั้นเรื่องแรกในชีวิตซะทีนี้ได้กลายเป็นจริง ‘ฟิ้ว’ จึงขอเสนอบทความชุด ‘มาทำหนังสั้นกันเถอะ’ ให้คุณได้ใช้เป็นคู่มือในการเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง!

(Photo from Felipe, at Flickr)
การทำหนังสั้น (short film) ย่อมต่างจากการทำหนังยาว (feature film) ตั้งแต่กระบวนการสร้างไอเดียหรือแนวคิด (concept) เลยทีเดียว
ขั้นแรกสุดของการทำหนังสั้น (ซึ่งในทีนี้ เราขอชวนคุณมาทำเริ่มต้นด้วยหนังที่ยาวแค่สัก 5 นาที) ก็คือ ต้องมองหาประเด็นหรือเรื่องที่เหมาะกับความยาวแค่นี้ให้ได้ ทั้งในแง่ระยะเวลาของการเล่าเรื่อง (ซึ่งมีจำกัด), งบ (ซึ่งมีจำกัด) และความเป็นไปได้ด้านการผลิต (ซึ่งก็มีจำกัดอีกนั่นแหละ)
คุณควรเริ่มด้วยการถามตัวเองว่า คุณอยากเล่าเรื่องอะไร และเรื่องนั้นจะถูกเล่าได้อย่างสมบูรณ์แบบภายในเวลาอันจำกัดไหม ถ้ายังคิดไม่ออก เราก็ขอแนะให้ลองทำแบบฝึกหัดต่อไปนี้ เพื่อเสาะหาแนวคิดใหม่ๆ ที่หลากหลายมาเพื่อเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดก่อนจะลงมือทำ
มากระตุ้นไอเดียกัน!
แบบฝึกหัดที่ 1 : ปล่อยพรวด
เริ่มด้วยการให้เวลาตัวเองนั่งนิ่งๆ หลับตา คิดถึงสิ่งต่างๆ นานาในชีวิตของคุณ สัก 10 นาที
จากนั้น ...เอาล่ะนะ ...เตรียมตัว ...ระวัง ...ไป!
เขียนเลย! เขียนอะไรออกมาก็ได้! อาจเป็นรายการสิ่งที่คุณฝันอยากทำให้สำเร็จในปีนี้ หรือเป็นจดหมายพร่ำพรรณนาถึงคนที่คุณแอบรักมาตั้งนานแล้ว หรือเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับพฤติกรรมบ้าๆ บอๆ ของไอ้ตูบอีเหมียวที่คุณเลี้ยงไว้ ฯลฯ ไม่ว่าอะไรโผล่เข้ามาในสมอง จงปลดปล่อยมันลงสู่หน้ากระดาษให้หมดเกลี้ยง มันอาจนำคุณไปสู่สิ่งที่ดีเยี่ยมได้จนแม้แต่คุณเองก็ไม่อยากเชื่อ
แบบฝึกหัดที่ 2 : นิยามปัญหา
คราวนี้กลับไปเลือกเรื่องอะไรก็ได้ที่เขียนไว้ในแบบฝึกหัดข้อแรกมาสักหนึ่งเรื่อง เขียนสรุปเป็นแค่ประเด็นสั้นๆ สัก 1-2 คำ (เช่น “ประสบการณ์อกหักตอนม.ปลาย”) จากนั้นก็ให้นึกถึงตัวอย่างสัก 3 ตัวอย่างของคำดังกล่าว โดยอาจจะเป็นตัวอย่างที่คุณจินตนาการขึ้นมา หรือนำมาจากชีวิตจริงก็ได้ (เช่น ตัวอย่างที่ 1 “แอบชอบผู้หญิงเรียนห้องติดกัน แต่ยังไม่ทันจีบ เพื่อนซี้ในกลุ่มเดียวกับเราก็ดันมาเล่าว่ากำลังชอบผู้หญิงคนนั้นเหมือนกัน แถมมันจีบก่อน เราเลยชวด” / ตัวอย่างที่ 2 “หลงรักรุ่นน้อง โดยไม่ทันรู้เลยว่าเขาป๊อปปูลาร์มากๆ มารู้ตัวอีกทีก็โดนเด็กห้องฝรั่งเศสสวยสุดๆ งาบไปซะแล้ว เศร้ามาก” ฯลฯ)
แบบฝึกหัดบทนี้อาจทำให้คุณเริ่มมองเห็นไอเดียสำหรับทำหนังชัดขึ้น แต่ถึงงั้นเราก็ยังมีอีกหลายวิธีที่อยากให้คุณลองใช้เพื่อค้นหาไอเดียใหม่ๆ ต่อไปอีกนะ เช่น...
- ใช้เรื่องจริงให้เป็นประโยชน์
ถามตัวเองซิว่า เรามีประสบการณ์อะไรที่น่าสนใจบ้าง, มีอะไรที่เราเคยเห็นหรือเคยทำซึ่งมันทำให้เราแตกต่างจากคนอื่นๆ? ฯลฯ แล้วลองผูกเรื่องราวจากประสบการณ์ส่วนตัวนั่น
- ลองดัดแปลง
คุณอาจไปค้นหาไอเดียจากสื่ออื่นๆ ได้อีกหลายอย่าง เช่น เรื่องสั้น, เพลง, บทกวี, บทละคร, นิยาย, ตำนาน, บทความเชิงสารคดี ฯลฯ โดยอย่าลืมด้วยว่า จะต้องเป็นเรื่องที่คุณสามารถหยิบมาเล่าได้อย่างกระชับและน่าสนใจภายในเวลา 5 นาที ส่วนการดัดแปลงนั้น คุณจะทำตามต้นฉบับอย่างซื่อสัตย์ หรือจะเปลี่ยนอะไรให้หวือหวาน่าสนขึ้นก็ได้ อย่างไรก็ตาม สำคัญตรงที่ต้องให้เกียรติเจ้าของเรื่องนั้นๆ ด้วยนะ วิธีที่ดีที่สุดคือติดต่อกับเจ้าของเรื่องโดยตรงเพื่อขออนุญาตซะให้ถูกต้อง
- ถึงเวลาทิ้ง
มาถึงตรงนี้ คุณอาจเริ่มมีไอเดียแน่นสมองไปหมด ซึ่งก็แปลว่าถึงเวลาต้อง “เลือก” บางอย่าง และ “ทิ้ง” สิ่งที่เหลือแล้วล่ะ วิธีง่ายที่สุดคือ ถามตัวเองอีกนั่นแหละว่า ในบรรดาไอเดียทั้งหมดที่ได้มา อันไหนที่ทำให้คุณตื่นเต้นอยากทำเป็นหนังชะมัด มันคือไอเดียที่คุณสุดแสนชอบ และก็น่าจะเป็นไอเดียที่เหล่าญาติสนิทมิตรสหายของคุณหลงใหลด้วยไม่แพ้กัน? คำตอบคือไอเดียนั้นแหละ เลือกเลย!
- เขียน “ทรีตเมนต์” (Treatment) กันหน่อย
ทรีตเมนต์ก็คือ การจับเรื่องทั้งหมดที่จะทำหนัง มาสรุปเป็นเนื้อความสั้นๆ ย่อๆ ก่อนจะไปลงมือเขียนบทจริง นี่เป็นสิ่งที่น่าทำแม้กระทั่งสำหรับหนังสั้น เพราะมันจะช่วยให้คุณได้ทบทวนไอเดียว่าน่าสนจริงไหม กระชับพอหรือยัง และยังช่วยให้คนอื่นๆ ที่จะมาเกี่ยวข้องในอนาคต (เช่น ทีมงาน) ได้เข้าใจง่ายๆ ตั้งแต่แรกด้วยว่า ในหนังจะมีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นบ้าง
สำหรับหนังสั้น 5 นาที ทรีตเมนต์ไม่ควรยาวเกินครึ่งหน้ากระดาษ A4 โดยอาจเป็นแค่ย่อหน้าเดียวหรือแค่ไม่กี่ประโยคก็ได้
- เสร็จแล้วยัดใส่ลิ้นชักไปเลย
เมื่อมีทรีตเมนต์อยู่ในมือแล้ว เราขอแนะนำให้คุณเอามันไปเก็บให้พ้นหูพ้นตาไปเลยสัก 2-3 วัน จากนั้นค่อยกลับมานั่งอ่านมันใหม่แล้วถามตัวเองให้แน่ใจว่า คุณยังรู้สึกว่ามันเจ๋งอยู่ไหม?
ไม่แปลกถ้าความรู้สึกเจ๋งจะลดลงไปบ้าง แต่ถ้าถึงขั้นรู้สึกว่า “แหวะ! น่าเบื่อเว้ย!” ล่ะก็ อาจแปลว่าคุณควรตัดใจโยนทิ้งแล้วเริ่มต้นค้นหาไอเดียใหม่ดีกว่า อย่าลืมว่าเมื่อคุณเลือกไอเดียไหนแล้ว คุณกับคนอื่นๆ จะต้องทนเหนื่อยกับมันอีกนานเชียวนะกว่าหนังจะเสร็จ
ในทางตรงข้าม ถ้าทรีตเมนต์นั่นยังทำให้คุณตื่นเต้นตัวสั่นอยากทำเป็นหนังซะเร็วๆ ล่ะก็ เราขอแสดงความยินดีด้วย และเตรียมรออ่าน “วิธีเขียนบทหนังสั้น” ในตอนต่อไปได้เลย!
อ่านตอนที่ 1 :อะไรคือ 6 กุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณทำหนังสั้นสำเร็จ?
- Tags: หนังสั้น, short film





Comments
#4393
Comment by
ghd pink |
Sat, 2010-09-04 01:32