ไม่ใช่ 'คานส์' แต่เป็น 'เชียงคาน'!

หลังจากพี่เจ้ยได้รางวัลที่ 'คานส์' ...แอนนา เพนกวิน ก็ขอเกาะกระแสไป 'เชียงคาน' กับเขาด้วย  ไม่ได้ไปทำหนังอะไรหรอกค่ะ แค่หนีไปเที่ยวอย่างจริงจังต่างหาก แต่ถึงอย่างไรเมื่อมาเขียนในเว็บ 'ฟิ้ว' ทั้งที ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับหนังแน่นอน!

       

           จากหน้าหนาวสู่หน้าฝน (ที่ยังคล้ายหน้าร้อน) และอีกไม่นานก็สู่หน้าหนาวอีกครั้งที่ แอนนา เพนกวิน ได้หลบไปเลียแผลใจและความวุ่นวายของเมืองกรุงไกลถึง เชียงคาน จ.เลย เมืองเล็กๆ น่ารักริมน้ำโขงที่เป็นจุดหมายยอดนิยมในขณะนี้ เมื่อได้สัมผัสนอกเหนือจากบรรยากาศความสงบแล้ว กลับพบว่าเมืองนี้มีผู้คนจากวงการหนัง ทั้งหนังใหญ่และหนังสั้นมาปักหลักใช้ชีวิตโดยไม่ทิ้งฝัน
           'อกหักพักบ้านนี้' คือ จุดหมาย เราได้พบกับ พี่ทอม-จิรภัสต์ นาคผ่อง  มาเปิดบ้านพักโฮมสเตย์-บ้านเมืองคาน (ที่มีสโลแกนจี๊ดใจข้างต้น) ตอนแรกก็เห็นว่าแกเป็นเจ้าของแสนเฮฮา แต่ปรากฏว่าเขาเคยกำกับหนังเรื่อง Hunch-ศพพูดได้ (2545) ผ่านมา 8 ปี มีกิจการของตัวเอง แต่พี่เขาบอกว่ายังอยากทำหนังและเกี่ยวกับลำน้ำโขงเสียด้วย


           “จริงๆ ที่นี่ไม่ใช่บ้านเกิด แต่มาแล้วเหมือนได้กลับบ้าน เพราะที่นี่มีตำนาน” พี่ทอมเล่า “ตำนานของพญานาคทำให้พี่ตั้งรกรากและอยากทำหนังเกี่ยวกับเรื่องนี้” 

           เพราะเมืองเชียงคานเกี่ยวพันกับพญานาคมาแต่โบราณ ว่ากันว่าใต้ 'วัดท่าคก' มีถ้ำบาดาลซึ่งเป็นที่อยู่ของพญานาคและเป็นวัดเดียวที่หันหน้าทางทิศตะวันตกเข้าสู่แม่น้ำโขง ใครที่ได้มาเที่ยวจึงมักแวะเวียนกราบไหว้อยู่เสมอ และคงด้วยเหตุนี้ที่เรายังคงเห็นพี่ทอมนั่งเขียนบทและปั้นโปรเจ็คต์ที่อยากทำให้เป็นจริง


           แต่ไม่ใช่มีพี่ทอมคนเดียวที่เป็นคนทำหนัง เมื่อเดินไปอีกนิดเราจะพบโฮสเทลเล็กๆ ชื่อว่า 'สุเนต์ตา' ฉันรู้สึกคุ้นเคยกับนามสกุลนี้อย่างประหลาด เลยพาตัวเองเข้าไปพบเจ้าของ เขาคือ นพดล สุเนต์ตา เจ้าของหนังสั้น '3 นาที' (ชนะเลิศรางวัลรัตน์ เปสตันยี ปี 2549) และ Memories (รองชนะเลิศอันดับ 1 โครงการ Forget me not ปี 2549) และตอนนี้เป็นเจ้าของโฮสเทลเล็กๆ ที่ตกแต่งด้วยภาพวาดเลียนแบบโปสเตอร์หนังไทยเก่าฝีมือการวาดของศิลปินชาวเชียงคาน เรียกว่าคนเข้าพักรู้ได้ทันทีว่าเจ้าของต้องชอบหนังแค่ไหน และที่สำคัญเขาคือ รุ่นน้องมหาวิทยาลัยที่ฉันไม่ได้เจอมานับสิบปี
           “ผมฝันว่าจะกำกับหนังใหญ่” นพดลเล่า “อายุขนาดนี้แล้วถ้าไม่ได้กำกับหนังตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้ทำอีกเมื่อไร”

          แล้วทำไมต้องมานั่งเขียนบทที่เชียงคาน....นพดลยิ้มแล้วชวนฉันไปนั่งรับลมริมน้ำ            

          เรานั่งคุยกันพักใหญ่ ถึงได้รู้ว่าเขามักขึ้นมาจากกรุงเทพฯ หลีกหนีความวุ่นวาย เพื่อมานั่งเขียนบทให้สำเร็จอย่างที่ฝันและจะนำเสนอแก่ค่ายต่อไป
     

     

           หลายครั้งที่ฉันนึกสงสัยว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาอยากทำหนัง ทั้งๆ ที่การทำงานในวงการภาพยนตร์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้กระทั่งการทำหนังสั้นสักเรื่องยังนต้องฝ่าฟันปัญหามากมาย คิดดูแล้วการเป็นเจ้าของกิจการหรือมีชีวิตแสนสงบน่าจะเป็นชีวิตที่ดี แต่ยิ่งได้พูดคุยก็ทำให้รู้ว่า 'คนทำหนัง' ไม่ว่าจะล้มลุกคลุกคลานขนาดไหน 'ฝัน' ที่อยากทำหนังอีกสักครั้งยังคงอยู่ในใจเสมอ

          เชียงคานยังคงน่ารัก...ฉันชอบบรรยากาศเมื่ออาทิตย์ตกริมโขง มันทำให้ฉันได้ทบทวนฝันอีกหลายๆ อย่างของตัวเอง (และแน่นอนฝันว่าจะได้ลงจาก 'คาน' ในเร็ววัน)  และเชื่อว่าเชียงคานยังคงเป็นเมืองบ่มฝันสำหรับใครหลายๆ คน แต่เมืองเล็กแห่งนี้ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและจำนวนนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมา แต่ที่น่าใจหายยิ่งกว่าเมื่อรู้ว่าที่ดินหลายแห่งในดินแดนแถบนี้กลับถูกครอบครองด้วยชาวต่างชาติ ต่างภาษา
 

          แล้วอย่างนั้น 'เมืองแห่งตำนานพญานาค' ที่พี่ทอมอยากสร้างเพื่อเป็น 'หนังไทย' จะยังคงเป็นที่เล่าขานได้อีกหรือ?

บ้านเมืองคาน (e-mail/ facebook) : baanmuangkhan@hotmail.com
สุเนต์ตา: โทร 0-86999-9218
 

Comments

เปรมปพัทธ จูเนียร์'s picture

#4054

เป็นบทความที่อ่านด้วยรอยยิ้มจริงๆครับ พี่แอน ^^
alwaritsila's picture

#4051

เงียบสงบ น่าไปมากๆ