นั่งคุยนอกรอบกับ Addictive TV
2 ดีเจผู้จับภาพเคลื่อนไหวมาผสมกับเสียงเพลงในนาม Addictive TV มาแสดงโชว์ในเมืองไทยที่ไบเทค บางนา งานนี้ 'ฟิ้ว' ได้ตามติดพวกเขาตั้งแต่หลังเวทีจนขึ้นโชว์และจับพวกเขามานั่งคุยด้วย
วันนี้ เกรแฮม แดเนียลส์ (Graham Daniels) หนึ่งในสมาชิกของ Addictive TV พร้อมจะมาเปิดเผยถึงการทำงานของพวกเขาอย่างเป็นกันเอง และนี่คือบทสัมภาษณ์ที่เราได้พูดคุยกัน

Interview with Graham Daniels
ฟิ้ว : มาเริ่มกันด้วยคำถามเบสิกกันก่อน ... Addictive TV มีที่มายังไงครับ
Addictive TV : มันค่อนข้างอธิบายยากสักนิด แต่ค่อยๆ นึกภาพตามนะครับ สมาชิกเริ่มแรก คือผม (แดเนียลส์) กับ ดีเจ / โปรดิวเซอร์ มาร์ค ไวด์เลอร์ (Mark Vidler) เคยทำงานด้วยกันในนาม Go Home Productions เมื่อปี 2006 แล้วเราก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น Addictive TV ซึ่งระหว่างนั้นผมก็ทำมิวสิกวิดีโอให้ทาง EMI ไปด้วย ต่อมาไวล์เลอร์ขอแยกตัวออกไป ผมก็ได้เจอกับ ดีเจมอร์ฟ (DJMorf) มาช่วยเสริม จากนั้นก็ได้ ดีเจทอลลี่ (DJTolly) เข้ามาร่วมทีมกับเราอยู่พักใหญ่ แต่ตอนนี้เขาขอแยกออกไปสร้างครอบครัวแล้ว เลยเหลือแค่ผมกับดีเจมอร์ฟที่ขึ้นโชว์อยู่
ก่อนที่เราจะได้ทำงานมิกซ์หนัง ผมเคยเป็นโปรดิวเซอร์ทำเพลงกับรายการเกี่ยวกับศิลปะทางทีวี แล้วก็เป็นวีเจในคลับบ้าง ทำให้ผมได้เจอวีเจอิง (VJing) ที่เป็นคนช่วยอัพเกรดโชว์ของเราให้เจ๋งยิ่งขึ้น เราเลยลองเอาหนังมามิกซ์ดู จนได้ทำอย่างเป็นทางการ เราทำมันมาหลายปีแล้ว ทุกวันนี้เราก็ยังวนเวียนไปมาระหว่างออกทัวร์แสดงโชว์แล้วก็กลับเข้าสตูฯ แล้วก็กลับมาทัวร์อยู่เรื่อยๆ
ฟิ้ว : จริงๆ แล้ว Addictive TV มีสมาชิกกี่คนกันแน่
Addictive TV : ตอนขึ้นโชว์บนเวทีมีแค่ผมกับดีเจมอร์ฟ แต่เรามีโปรดิวเซอร์อีก 2 คนคือ นิค คลาร์ค (Nick Clarke) กับ ฟรองซัวส์ เลมี่ (Francoise Lamy) ที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เริ่มต้น
ก่อนหน้านี้ตอนทำงานทีวี เราเคยทำงานกับกราฟฟิกดีไซเนอร์ชื่อ สติ๊ก (Stig) ซึ่งเชี่ยวชาญโปรแกรม After Effect มาก เขาช่วยเราได้มากทีเดียว ทำให้เรามีตารางงานที่ยุ่งมาก เราได้ไปแสดงโชว์กว่า 50 ประเทศทั่วโลก แล้วทางฮอลลีวูดก็มาจ้างเราให้ทำงานรีมิกซ์ตัวอย่างหนังเพราะชื่นชอบงานของเรา

Daniels & Mark
ฟิ้ว : โดยปกติแล้วพวกคุณนิยามตัวเองว่าเป็น DJ หรือ VJ หรือว่ามีชื่อเฉพาะอยู่แล้ว
Addictive TV : พวกเราเรียกตัวเองว่าเป็น 'audiovisual artists' นั่นน่าจะสั้นและเข้าใจง่ายที่สุดในความเป็น Addictive TV ในความเป็นจริง เราเป็น DJ producer / remixers and VJ / video artists รวมๆ กัน - แต่นั่นคงเป็นคำอธิบายที่ยาวมากเลย (หัวเราะ)
เราไม่ค่อยเรียกตัวเองว่า VJ เพราะคำนั้นมันหมายถึงคนที่ทำแต่ภาพประกอบไม่ได้ทำดนตรี... แต่ยังไงมันก็เป็นแค่ชื่อหรือคำเรียกเท่านั้นล่ะ... อย่าไปใส่ใจเลย
ฟิ้ว : พวกคุณทำงานด้วยกันในทุกขั้นตอนเลยหรือเปล่า หรือว่าแบ่งงานกันทำอย่างไร
Addictive TV : ตอนเราเล่นสด มันมีแค่เรา 2 คนบนเวที ก็เหมือนกับตอนเรารีมิกซ์งานในสตูดิโอ แต่ก็มีบางกระบวนการที่ต้องแบ่งกันทำ อย่างตอนหาภาพ หรือตอนมิกซ์เสียงมาสเตอร์
ขั้นตอนการทำงานของเราหลังจากขั้นตอนที่เรียกว่า แซมปลิ้ง (sampling - จับเสียงต่างๆ มาลองเล่น) คือ เราทำเสียงกับภาพไปพร้อมๆ กัน ตัดต่อมันไปพร้อมกันในกระบวนการเดียว ไฟล์หลายไฟล์ถูกใช้และถ่ายเทไปมาผ่านหลายโปรแกรม มันเจ๋งนะ แต่ค่อนข้างซับซ้อนพอสมควร มันผสมกันไปกันมาจนกว่าเราจะพอใจ ใช้เวลาทดลองกระบวนการต่างๆ อยู่หลายปี จริงๆ มันก็ไม่มีกฏหรอก นอกจากแค่ให้ภาพและเสียงมันตรงกัน!!
ฟิ้ว : อะไรคือไอเดียหลักในการมิกซ์ภาพและเสียง
Addictive TV : เราชอบทำงานภาพและเสียง (audiovisually) มากกว่างานภาพหรือเสียงอย่างเดียว เพราะเราชอบเอฟเฟ็คต์ที่เกิดขึ้นกับตาและหูพร้อมๆ กัน มันมีพลังมากกว่า มองไปรอบๆ ตัวสิ ทุกวันนี้ มีภาพและเสียงที่พุ่งเข้าสู่หัวสมองเราอยู่เต็มไปหมด ซึ่งมันสามารถเอามาประยุกต์เป็นอะไรหลายๆ อย่างได้ เราเลยคิดว่า "เอามันมาใช้เถอะ!"
งานของเราค่อนข้างพิเศษตรงที่เราหยิบเสียงเล็กๆ อย่างเสียงวางแก้ว, เสียงเหยียบเบรค ในหนังมาทำเป็นเพลง แต่มันต้องไม่เป็นนามธรรมจนเกินไป

ฟิ้ว : ในกระบวนการทำงานของคุณ สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจแรกของคุณคือ 'ภาพ' หรือ 'เสียง'
Addictive TV : ก็อย่างที่บอกว่าเราทำ 2 สิ่งนั้นไปพร้อมกันๆ ปกติแล้วสำหรับหนัง ฝ่ายเสียง - โดยเฉพาะดนตรีประกอบจะถูกแยกออกไปทำงานต่างหาก ต้องขอบคุณเทคโนโลยีสมัยใหม่ยุคดิจิตอลและระบบตัดต่อแบบ non-linear ที่ช่วยให้ทั้งภาพและเสียงมาบรรจบกันในกระบวนการตัดต่อ ซึ่งเราชอบให้ทั้งสองอย่างนั้นไปพร้อมกัน
ฟิ้ว : คุณใช้อุปกรณ์หรือโปรแกรมอะไรบ้างในการทำงาน
Addictive TV : เราใช้ สมอง, ตา กับ หู แล้วผสมมันด้วยคอมพิวเตอร์กับโปรแกรมหลากหลาย หลักๆ ก็ Adobe Premiere Pro กับ After Effects ในฝั่งภาพ แล้วก็โปรแกรมของค่าย Grass Valley อย่าง Edius และ Procoder, Acid Pro, Ableton Live แล้วก็ Cubase ในฝั่งของเสียง ส่วนเวลาเราเล่นสดบนเวที เราใช้ Pioneer DVJ DVD turntables กับแลปท็อปเพื่อรันโปรแกรม VJamm Pro
ฟิ้ว : สำหรับดนตรี การฟังคือสิ่งสำคัญ แต่การที่คุณเอาภาพมามิกซ์กับดนตรีแบบนี้ จะเป็นการดึงความสนใจของคนออกจากการฟังดนตรีอย่างตั้งใจหรือเปล่า คุณคิดว่ายังไง
Addictive TV : อืม...ถ้าสิ่งสำคัญของภาพ คือ การ 'มอง' อย่างนั้นแล้ว สิ่งสำคัญของ audio/visual music ก็คือ 'ดูและฟัง' , โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เชื่อว่าภาพจะลดทอนความสนใจของเสียงได้ ผมทำงานด้านภาพมาก่อน จึงเคยชินกับการดูและฟังไปพร้อมๆ กัน คุณสามารถหลับตาแล้วฟังเพลงของเราไปก็ได้ แต่คุณจะรู้เรื่องแค่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เราไม่ได้ทำดนตรีที่ประกอบด้วยภาพ แต่ภาพนั่นล่ะคือดนตรี! คนที่มาดูโชว์ของพวกเราครั้งแรก จะได้รับประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น และคนส่วนใหญ่จะรู้ว่าพวกเขาควรจะดู ฟังแล้วก็เต้นตามอย่างไรได้ไม่ยาก

ฟิ้ว : งานของคุณใช้ฟุตเตจจากหนังดังๆ หลายเรื่อง , คุณเอามาใช้ได้อย่างไร มันถือเป็นการผิดลิขสิทธิ์หรือเปล่า
Addictive TV : เราทำงานกับสตูดิโอ พวกเขาจ้างเราให้เราเอามันไปรีมิกซ์ใหม่ในสไตล์ของเราเอง ให้กลายเป็นหนังตัวอย่างอีกแบบหนึ่ง อย่างเรื่อง Slumdog Millionaire,Iron Man, Max Payne, Fast & Furious
ก่อนหน้านี้เราเคยเริ่มต้นจับหนังหลายๆ เรื่องมายำแบบผิดกฏหมาย แต่ทางค่าย New Line Cinema เป็นค่ายแรกที่เรียกเราไปทำงานมิกซ์หนังเรื่อง Take the Lead เพราะพวกเขาไปเห็นงานที่เราเอา The Italian Job มามิกซ์ใหม่แล้วเกิดถูกใจที่เราเอาหนังมามิกซ์ก็เพราะเรารักหนังเรื่องนั้น เราให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจต่องานของเรา การมิกซ์หนังพวกนี้ก็ช่วยทำให้หนังเป็นที่จดจำอีกทางหนึ่ง ยิ่งออกสู่สายตาประชาชนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
ฟิ้ว : ตอนนี้วางแผนไว้หรือยังว่าจะมิกซ์หนังเรื่องไหนต่อไป
Addictive TV : ทางสตูดิโอเคยเกริ่นกับเราว่าอยากให้ช่วยมิกซ์หนังที่ออกมาในช่วงฤดูร้อนปี 2010 นี้ แต่ตอนนี้ยังไม่แน่นอนและเราก็ยังเปิดเผยอะไรไม่ได้มาก จนกว่าเขาจะอนุญาตให้เราทำจริงๆ ! แต่ถ้าทำเอาขำๆ เราก็ตั้งใจว่าจะมิกซ์ 2001 : A Space Odyssey ของ Stanley Kubrick จะเป็นยังไงต้องคอยติดตาม
Daniels & Tolly
ฟิ้ว : เห็นจับหนังมายำใหญ่เยอะขนาดนี้ ผมอยากรู้ว่า หนังเรื่องไหน คือเรื่องโปรดของคุณคือเรื่องอะไร
Addictive TV : มันออกจะบ้านๆ หน่อยนะ แต่ผมชอบหนังเรื่อง Brazil ของ Terry Gilliam มากๆ เลย ด้วยมุมกล้องแปลกๆ สุดคาดเดา มุมมองด้านภาพของเขาน่าสนใจ Gilliam ได้สร้างฉากที่ทำให้นึกถึงหนังคลาสสิคของ Sergei Eisenstein เรื่อง Battleship Potemkin มันเป็นหนังที่ยอดเยี่ยมมาก ผมดูได้หลายรอบ ไม่มีเบื่อ
ฟิ้ว : มาถึงคำถามสุดท้าย , ช่วยฝากคำแนะนำสักเล็กน้อยให้กับคนที่อยากทำงานเหมือนคุณหน่อยครับ
Addictive TV : อย่าทำเลย (หัวเราะ) , มันเป็นงานที่ยุ่งยาก เอาจริงๆ นะ ...ถ้าคุณพร้อมที่จะทำงานหนักและขลุกอยู่กับมันได้ทั้งวัน คุณก็จะทำได้ ข้อแนะนำสักเล็กน้อยของผมก็คือ ถ้าคุณมีพื้นฐานด้านภาพมาก่อน ก็พยายามหานักดนตรีมาร่วมทีมด้วย แต่ถ้าคุณมีพื้นฐานทางด้านดนตรี ก็หาคนที่เขามีความสนใจด้านภาพมาร่วมทีมซะ แล้วเรียนรู้จากกันและกัน ใส่ใจกับมันและอย่าพูดคำว่า "ไม่ได้" อย่างเด็ดขาด
ลิ๊งค์ที่เกี่ยวข้อง
Addictive TV จะมาเยือนเมืองไทย http://www.fuse.in.th/blogs/recommend/2648
บรรยากาศโชว์ของ Addictive TV
Live @ Culture One - BKK - 30 / 01 / 2010
เพื่อคุณภาพที่ดีกว่า สามารถกดเข้าไปดูวิดีโอตัวนี้ได้ที่ http://www.facebook.com/video/video.php?v=105927989434229
- Tags: Tolly, Premier, Pioneer, Morf, Graham Danails, DVJ, dj, culture one, After Effect, Adobe Premiere, addictive TV




