ขอแนะนำ…มือ ‘ยำใหญ่คลิปหนัง’ ขั้นเทพ

รูปภาพประกอบเรื่อง

    ความสนุกสนานอย่างหนึ่งของคนชอบดูหนัง ก็คือการได้เห็นคลิปที่มีคนนำฉากต่างๆ จากสารพัดหนังมาตัดต่อร้อยเรียงเข้าด้วยกันโดยมีเพลงเพราะๆ คลอไปด้วย และหนึ่งในคลิปล่าสุดประเภทนั้นที่เราขอปรบมือให้ในความยอดเยี่ยม ก็คือผลงานชิ้นนี้ของ พอล พรูลซ์ หนุ่มบ้าหนังที่จะมาเล่าให้เราฟังว่า เขาต้อง ‘อึด+ถึก’ ปานใดจึงสร้างงานแสนเจ๋งเช่นนี้ออกมาได้?

    ในคลิป ‘the films of the 2000s’ ข้างล่างนี้ พรูลซ์ (www.youtube.com/barringer82) นำหนังหลายสิบเรื่องที่เข้าฉายนับตั้งแต่ปี 2000 มายำเข้าด้วยกัน (ภาษาอังกฤษมีคำเรียกการทำงานลักษณะนี้ว่า mashup) โดยไม่แค่โชว์ความขยัน แต่ยังแสดงทักษะในการเล่าเรื่อง การตัดต่อ ตลอดจนรสนิยมอันดีในการเลือกใช้เสียงประกอบและเพลงด้วย ซึ่งผลก็คือคนที่ได้ดูคลิปของเขาจะไม่แค่ได้รำลึกถึงหนังมากมายเท่านั้น แต่ยังเกิดความรู้สึกอยากดูหนังบางเรื่อง (ที่เคยดูแล้ว) อีกสักครั้ง, ชักอยากดูหนังบางเรื่อง (ที่ยังไม่เคยดู) สักหน ตลอดจนเกิดความประทับใจหรือมุมมองใหม่ๆ ต่อหนังอีกหลายเรื่องในแบบที่อาจไม่เคยเกิดก่อนหน้านี้

    ฝีมือในการ mashup ขั้นเทพของพรูลซ์มิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นเพราะเขาฝึกปรือมาเป็นเวลานานแล้ว จากการนำหนังของผู้กำกับในดวงใจแทบนับคนไม่ถ้วนมาจัดการยำและใส่ดนตรีประกอบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหนังของ สแตนลีย์ คูบริค, มาร์ติน สกอร์เซซี, พี่น้องโคเอน, เดวิด ลินช์, ทิม เบอร์ตัน, เควนติน ทารันติโน ...ทั้งขยันและเจ๋งเช่นนี้ เราเลยขอชวนคุณไปทำความรู้จักพรูลซ์กันสักหน่อย

ทำงานอะไรมา + ทำมาหากินยังไง

    พรูลซ์จบโรงเรียนหนัง โดยระหว่างเรียนเขาจะถูกเพื่อนๆ เรียกไปช่วยรับหน้าที่ตัดต่อหนังให้เป็นประจำ (ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ใฝ่ฝันจะเป็นคนตัดต่อ แต่เป็นเพราะมันเป็นงานแขนงที่เพื่อนๆ ไม่ค่อยสนใจจึงทำกันไม่ค่อยเป็น มีแค่เขาที่พอจะตัดต่อเก่งหน่อย) หลังเรียนจบเขาใช้เวลาอีกหนึ่งปีเต็มนั่งตัดหนังโน่นนี่ตามที่ตัวเองอยากทำ (แต่ตอนเรียน อาจารย์ไม่ค่อยยอมให้ทำ) จนได้เดโมเยี่ยมๆ มาหนึ่งชิ้นจึงนำออกไปตระเวนหางานในวงการหนัง แต่หาไม่ได้จึงลงเอยด้วยการเป็นมือตัดต่อฟรีแลนซ์ให้กับเว็บไซต์ชื่อ sly-fi.com มาหนึ่งปีแล้ว

เริ่มทำ mashup ได้ยังไง

    พรูลซ์ชอบมากเวลาพวกสถานีวิทยุนำเพลงหลายๆ เพลงมาตัดต่อเข้าด้วยกันแบบเร็วๆ แล้วเปิดให้คนทางบ้านฟังเพื่อจะได้เข้าใจทิศทางของเพลงแนวนั้นๆ ชัดขึ้น นอกจากนั้นเขายังชอบดูรายการมอบรางวัลออสการ์ช่วงที่มีการนำหนังเก่าในแต่ละปีมาตัดเรียงกัน (เพื่อให้เห็นภาพรวมของหนังตลอดทั้งปี) ดังนั้นตอนอายุ 12 เขาจึงลองทำเองบ้างโดยนำเพลงของวงควีนส์มายำด้วยเครื่องเล่นเทป ก่อนจะขยับขยายมาลองตัดคลิปวิดีโอบ้างโดยเริ่มจากการยำหนังของสกอร์เซซีเป็นคนแรก เพราะ 1) เป็นผู้กำกับที่เขาชอบ และ 2) หนังของสกอร์เซซีมักถ่ายทำและตัดต่อแบบเป็นห้วงๆ สั้นๆ ซึ่งทำให้เขานำมาตัดใหม่ได้ง่าย

    แต่เหนืออื่นใด พรูลซ์บอกว่าเหตุผลที่เขานั่งทำ mashup แบบเป็นเรื่องเป็นราวก็เพราะ “ผมอยากทำหนัง แต่ไม่รู้จักนักแสดง ไม่มีเงิน ไม่มีโลเคชัน มีแต่โปรแกรมตัดต่อและแผ่นดีวีดีเต็มห้อง ฉะนั้นในเมื่อผมไม่รู้จะไปถ่ายหนังยังไง ก็เอาฟุตเตจดีๆ ของชาวบ้านมาตัดใหม่เป็นของตัวเองแล้วกัน”

เลือกผู้กำกับยังไง

    นอกเหนือจากการ mashup หนังของ 5 ผู้กำกับในดวงใจตัวเอง (ได้แก่ คูบริค, สกอร์เซซี, พอล โธมัส แอนเดอร์สัน, เดวิด ลินช์ และ ไมเคิล มานน์) แล้ว พรูลซ์ยังตัดต่อคลิปตามเสียงเรียกร้องของคนดูทางบ้านด้วย เช่น คลิปหนัง ทิม เบอร์ตัน, เวส แอนเดอร์สัน และ ริดลีย์ สก็อตต์

ใช้โปรแกรมอะไร

    เขาใช้โปรแกรมชื่อ Handbrake ในการเปลี่ยนหนังดีวีดีให้เป็นไฟล์ avi พอแปลงไฟล์ใส่ DV เสร็จแล้วก็ตัดต่อ Final Cut

ใช้เวลาเท่าไหร่

    ขั้นที่กินเวลามากหน่อยคือการริปแผ่นและแปลงไฟล์ (แต่ระหว่างนั้นก็สามารถปล่อยให้เครื่องทำงานไปโดยเขาออกไปกินข้าวหรือทำอย่างอื่นได้) ส่วนเวลาในการตัดต่อนั้นใช้ 3-5 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเร็วมากเพราะ “ผมจะไม่นั่งลงตัดต่อ ตราบใดที่ยังคิดไม่เสร็จว่าจะใช้คลิปไหนบ้างและอะไรจะอยู่ตรงไหน”

เลือกเพลงยังไง

    พรูลซ์บอกว่า หัวใจสำคัญที่สุดคือ ต้องเลือกใช้เพลงจากซาวด์แทร็คหนังจริงๆ เป็นหลัก ...”ผมเคยดูคลิปที่มีคนทำอุทิศให้ทารันติโนชิ้นนึงซึ่งใช้เพลงที่ไม่ได้อยู่ในหนังของเขา ทำให้ผมสงสัยชะมัดว่า เฮ้ย จริงดิ ในบรรดาเพลงที่เควนตินใช้เนี่ย ไม่มีซักเพลงเลยเรอะที่เจ๋งพอจะให้นายใช้มั่ง?” ผมถือเป็นหลักการเลยว่าจะต้องใช้เพลงที่ผู้กำกับคนนั้นๆ ใช้จริงๆ

    “ข้อต่อมาคือ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ผมก็จะเลี่ยงไม่ใช้เพลงที่โหลมากๆ อย่างเช่น ผมสังเกตว่าคลิปทั้งหลายที่มีคนทำอุทิศให้สกอร์เซซีน่ะใช้เพลง Gimme Shelter กันหมด พอผมจะทำคลิปให้หนังของเขาบ้าง ผมเลยใช้เพลงอื่นแทน”

รู้สึกยังไงเมื่อทำงานเสร็จแล้วมีคนคลิกมาดู

    พรูลซ์บอกว่า “ผมไม่ดัดจริตตอบเป็นอย่างอื่นหรอกครับ แต่ขอตอบตรงๆ เลยว่า ผมชอบทำคลิปพวกนี้และก็ดีใจเวลามีคนมาชอบด้วย จริงๆ แล้วคนที่เกลียดมันมากก็มีนะ ผมว่าคนที่ชอบคลิปของผมก็เพราะเขาชอบหนังที่อยู่ในคลิปนั่นแหละ ส่วนการที่ทำงานแบบนี้แล้วโพสต์ขึ้นเว็บให้คนดูนั้นผมว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนทำงานสื่อ ยิ่งเมื่อมีคนดูแล้วแสดงความชื่นชมก็ยิ่งทำให้เรามีกำลังใจ บางคำชมน่ะโอเว่อร์สุดๆ เลยครับ เช่น มีคนบอกว่าสไตล์การตัดต่อของผมทำให้เขานึกถึง เธลมา ชูนเมคเกอร์ (มือตัดต่อหญิงที่ตัดหนังให้สกอร์เซซีทุกเรื่อง) ...คำชมแบบนี้แหละที่ทำให้ผมยิ่งเต็มใจจะนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์ 5 ชั่วโมงทั้งที่ไม่มีใครจ้าง!

ผลงาน ‘mashup หนัง’ ของ พอล พรูลซ์ :
ยำ ‘100 หนังยอดเยี่ยม’


ยำหนังทศวรรษ 1980


ยำหนังพี่น้องโคเอน



ยำหนัง สแตนลีย์ คูบริค

ยำหนัง เควนติน ทารันติโน

ยำหนัง เวส แอนเดอร์สัน

ยำหนัง เดวิด ลินช์

ยำหนัง ริดลีย์ สก็อตต์


และคลิกดูคลิปยำหนัง มาร์ติน สกอร์เซซี ได้ ที่นี่