CC salon : 'การนำ Creative Commons ไปใช้ในงานดนตรี'

          เห็นชื่องานแล้วอย่าเพิ่งแปลกใจ ว่าทำไมอยู่ๆ เราถึงไปทำอะไรเกี่ยวกับร้านตัดผม ความจริงแล้วเรากำลังจะพาทุกท่านไปร่วมงานเสวนาเกี่ยวกับการใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (CC) ในงานดนตรี ว่าสามารถนำไปใช้ได้อย่างไรบ้าง เรามาดูกันว่ามันจะสามารถใช้ได้อย่างไร

          เห็นชื่องานแล้วอย่าเพิ่งแปลกใจ ว่าทำไมอยู่ๆ เราถึงไปทำอะไรเกี่ยวกับร้านตัดผม ความจริงแล้วเรากำลังจะพาทุกท่านไปร่วมงานเสวนาเกี่ยวกับการใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (CC) ในงานดนตรี ว่าสามารถนำไปใช้ได้อย่างไรบ้าง เรามาดูกันว่ามันจะสามารถใช้ได้อย่างไร

          หลังจากที่ในบ้านเราได้มีการประกาศใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทยอย่างเป็นทางการไปแล้ว ปรากฏว่าตอนนี้ยังมีผู้ที่เข้าใจในสัญญาอนุญาตตัวนี้อยู่น้อยมาก จึงต้องมีการอธิบายถึงที่มาของสัญญาอนุญาต CC และการปรับใช้กันยกใหญ่เลยทีเดียว โดยได้คุณพิชัย พืชมงคล ตัวแทนเครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย มาช่วยไขข้อข้องใจเกี่ยวกับระบบนี้ ใครอยากศึกษาเพิ่มเติมก็คลิกไปอ่านกันได้ก่อนที่ http://cc.in.th และ http://creativecommons.org

     "คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้โลกใบเล็กของเรากำลังกลายเป็นโลกที่ไร้ขอบเขต ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลจากทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วด้วยอินเทอร์เน็ต ซึ่งเปรียบเสมือนแหล่งความรู้ไม่สิ้นสุด ชุมชนออนไลน์ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูลได้ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การนำผลงานสร้างสรรค์ของผู้อื่นจากอีกมุมโลกมาใช้เป็นไปได้ง่าย ขณะเดียวกัน ก็ทำให้การละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานเป็นไปได้ง่ายเช่นกัน
     สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons Licenses) เป็นสัญญาที่จัดทำขึ้นเพื่อให้เจ้าของผลงานอันมีลิขสิทธิ์ สามารถเปิดให้สาธารณะนำงานของตนไปใช้ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงแต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น อ้างที่มา ไม่ใช้เพื่อการค้า หรือ คงต้นฉบับไม่ดัดแปลง ทำให้การแลกเปลี่ยนไหลเวียนของไอเดียเป็นไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
     การใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ไม่ใช่การสละลิขสิทธิ์หรืออุทิศงานเป็นสาธารณสมบัติ เจ้าของงานยังคงเป็นผู้ถือครองลิขสิทธิ์เช่นเดิม หากมีการนำงานไปใช้โดยผิดเงื่อนไข เจ้าของงานสามารถฟ้องร้องและบังคับผู้ที่ทำผิดได้ตามที่กฎหมายลิขสิทธิ์ คุ้มครอง ซึ่งประเทศไทยได้รองรับกฎหมายนี้แล้วสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อให้ 'วัฒนธรรมการให้' ยังคงอยู่และเผยแพร่ไหลเวียนไปทั่วสังคมโดยเสรี ให้ไอเดียได้พัฒนาต่อยอด ขณะเดียวกันก็คุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์ด้วย
     งานสัมมนาเชิงปฏิบัติการนี้จัดขึ้นตามแบบ ccSalon ที่จัดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อแนะนำวิธีการใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พบปะและพูดคุยกับศิลปิน นักออกแบบ และนักพัฒนา เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ผลงาน แรงบันดาลใจ และการนำเอาครีเอทีฟคอมมอนส์ไปใช้ในธุรกิจดนตรี"
-ที่มา http://cc.in.th (เข้าถึงวันที่ 12/09/09, 18.30 pm.)-

     งานนี้ได้ผู้เข้ารวมเสวนาจากผู้ที่เกี่ยวข้องหลายท่าน ได้แก่
 - กิจจาศักดิ์ ตริยานนท์ (กิจ โมโนโทน - กลุ่มคนดนตรีที่รวมตัวกันทำเพลงภายใต้ชื่อกลุ่ม Monotone Group)
 - อธิป จิตตฤกษ์ (ตุล - เจ้าของโปรเจ็คต์ Underground Thrash Project อัลบั้มรวมเพลงแนวแทรชเมทั่ลจากวงใต้ดินของเมืองไทย Bangkok Thrash Compilation Vol.1 ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรีที่ http://www.myspace.com/thrashprojects)
 - สฤณี อาชวานันทกุล (ตัวแทนเครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย และเจ้าของคอลัมน์ Serious Game ในนิตยสาร 'ฟิ้ว' ของเรานี่เอง)
 - จักรกฤษณ์ ตาฬวัฒน์ และ พัชร เกิดศิริ (ศิลปินวง Happy D.Dogs เข้าไปทำความรู้จักกับของพวกเขาได้ที่ http://www.imenn.com/2009/05/happy-d-dogs-songs/)
 - คเณศ พักตระเกษตริน และ พรภัฏ ชีวีวัฒน์ (ศิลปินวง Ganesha ที่เกิดจากการรวมตัวของครูสอนดนตรีและลูกศิษย์ คลิกไปเยี่ยมพวกเขาได้ที่ www.ganeshamusic.com)

     หลังจากที่มีการกล่าวเปิดงานไปเป็นที่เรียบร้อย สฤณีก็เริ่มเล่าถึงการนำ CC ไปใช้ในงานดนตรี โดยยกตัวอย่างกรณีของวง Nine Inch Nails (www.nin.com) ที่ปล่อยให้ดาวน์โหลดเพลงในอัลบั้ม Ghost I-IV ไปแบบฟรีๆ ในบิทเรทที่มีคุณภาพสูงพร้อมปกอัลบั้มในรูปแบบไฟล์ .pdf แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถขายอัลบั้มได้เป็นอันดับ 1 ของ amazon.com ในปี 2008 เพียงแค่สัปดาห์แรกก็ทำรายได้ไปถึง 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐ และโมเดลธุรกิจของ www.magnatune.com ที่มองว่าดนตรีทุกประเภทควรเป็น 'แชร์แวร์' (Shareware) ควรมีเสรีภาพในการเผยแพร่และแบ่งปันดนตรีดีๆ ไปสู่ผู้ฟังคนอื่น ด้วยต้นทุนต่ำและตัดปัญหาเรื่องค่าย โดยมีการแบ่งรายได้ระหว่างเว็บและนักดนตรีที่มาขายงานที่นี่แบบ 50 - 50
     ซึ่งการแจกงานเพลงให้ดาวน์โหลดไปฟังฟรีๆ แบบนี้ถือเป็นวิธีสร้าง Loyalty และแรงจูงใจในการซื้อต่อไปในอนาคต โดย CC จะเป็นตัวช่วยให้ผลงานเพลงได้กระจายตัวอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ใส่ code ของตัว CC เข้าไปในผลงานนั้น พวกเว็บ search engine ทั้งหลายก็จะสามารถหางานชิ้นนั้นได้โดยง่าย
(อ่านรายละเอียดเรื่องดนตรีกับ Creative Commons ได้ใน 'ฟิ้ว' ฉบับที่ 30 และเรื่องสัญญาอนุญาต CC ได้ใน Fuse Showcase Vol.01)

     จากนั้นพรภัฏ ก็เล่าให้ฟังถึงการทำงานของวง 'กาเนชา' ที่เคยปล่อยผลงานให้ดาวน์โหลดใน www.thepiratebay.com มาแล้วและโปรโมตเพลงด้วยการปล่อยในคลื่นวิทยุ เป้นต้น โดยบอกว่า ที่เลือกโปรโมตด้วยวิธีนั้นเพราะต้องการให้เป็นที่รู้จักและอยากให้คนมาดูวงเล่นสดมากกว่า และทางวงก็ดีใจมากที่มีการประกาศใช้ CC อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพราะจะทำให้สามารถโปรโมตผลงานตัวเองได้ง่ายขึ้น 

     ต่อมากิจ โมโนโทน ก็พูดถึงกลุ่มโมโนโทนที่ทำงานด้วยกันด้วยการแชร์เพลงกันฟังแล้ววิจารณ์กันในกลุ่มจนออกมาเป็นงานเพลง และอธิบายให้ฟังถึงการทำงานกับค่ายและการทำงานด้วยตัวเองนั้นแตกต่างกัน ตรงที่ทำกับค่ายก็ไม่เหนื่อยในการโปรโมตส่วนการทำเองนั้นเหนื่อยกว่าแต่เข้าถึงคนฟังได้มากกว่า และโดยส่วนตัวแล้ว หลังจากได้ศึกษาเรื่อง CC ก็เปลียนความคิดในการทำเพลงของตัวเองได้มากทีเดียว

     ด้านอธิป พูดถึงที่มาที่ไปของโปรเจ็คต์ Underground Thrash Project ว่าเป็นการทำขึ้นเพื่อโปรโมตเทศกาลเพลงแทรชเมทัลใต้ดินของเมืองไทยให้เป็นที่รู้จัก โดยทุกเพลงในอัลบั้มอยู่ภายใต้สัญญา CC ทั้งหมดโดยมีการปล่อยให้ดาวน์โหลดตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นมา ซึ่งยอดดาวน์โหลดก็อยู่ในระดับที่ถือว่าดีมากและส่วนใหญ่คนที่ดาวน์โหลดมาจากต่างประเทศมากกว่าในประเทศไทย ซึ่งตัวเองก็กะจะทำแบบนี้เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการโปรโมตให้ต่างชาติเห็นว่าเมืองไทยก็มีพื้นที่ของคนทำงานเพลงแบบนี้อยู่เหมือนกัน

     จักรกฤษณ์และพัชรมาแบ่งปันประสบการณ์การทำงานด้วยตัวเองในนามกลุ่มศิลปิน  Happy D.Dogs ที่มองว่าตลาดเพลงทุกวันนี้เปลี่ยนไปมาก รายได้ของค่ายเพลงใหญ่ๆ ก็เปลี่ยนไป การปล่อยงานเพลงในรูปแบบดิจิตอลเป็นการง่ายที่จะเข้าถึงกลุ่มคนฟัง และทางวงเองเคยไปติดต่อให้แผ่นเอ็มพีสาม Vampire เอาเพลงของตัวเองไปลงเพื่อเป็นการโปรโมตวงมาแล้ว แต่สำหรับสมัยนี้ถ้าใช้สัญญา CC ก็เป็นการเปิดโอกาสให้ผลงานเพลงเข้าถึงคนฟังได้ง่ายขึ้น

     ช่วงท้ายของงานเป็นการถามตอบระหว่างผู้มาร่วมงานเกี่ยวกับเรื่องของสัญญา CC ตัวนี้ว่าสามารถนำไปฟ้องร้องได้จริงหรือไม่และทำได้อย่างไร โดยคุณพิชัย ก็ออกมายืนยันว่าสามารถนำไปฟ้องร้องได้จริง พร้อมยกตัวอย่างคดีของต่างชาติมาเล่าให้ฟัง รวมถึงคำถามเกี่ยวกับ CC อีกหลายอย่างซึ่งทางผู้เกี่ยวข้องก็ได้ร่วมตอบคำถามคลายความสงสัยอย่างสนุกสนาน งานนี้ผู้มาร่วมงานทุกท่านก็น่าจะได้เข้าใจเรื่องสัญญา CC กันมากขึ้นและหวังว่าจะนำไปเผยแพร่เป็นความรู้สู่สาธารณชนในวงกว้างต่อไป

     สำหรับใครที่ยังสงสัยว่า งานที่ใช้สัญญา CC นั้นเป็นอย่างไร แล้วในประเทศไทยมีใครใช้บ้าง ก็ง่ายๆ เลยครับ ลองคลิกไปที่หมวดโชว์เคสในเว็บของเรา นั่นเป็นตัวอย่างที่ง่ายและชัดเจนที่สุด คืองานที่อัพโหลดขึ้นบนเว็บของเราทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นหมวดวิด๊โอ, เพลง, ภาพถ่าย, และงานเขียน จะอยู่ภายใต้สัญญาอนุญาต CC สามารถนำไปเผยแพร่และดัดแปลงซ้ำได้ แต่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาและไม่นำไปใช้เพื่อหารายได้

    บรรยากาศงานนี้เป็นอย่างไร เรามาชมกันครับ

 

 

Comments

longge008's picture

To support their claims,

To support their claims, Sheffield Hallam University conducted a study that showed MBT shoes sale have many beneficial effects on your knees and ankles. Due to the fact of the success of MBT Sale , many other shoe companies have started making similar shoes.
jamess26's picture

ขน ส่ง XKE ของ Pentium MMX -

ขน ส่ง XKE ของ Pentium MMX - 233 processor, 64MB สนับสนุนเพียงพอของแรม, cache รอง 512KB และ 4.8GB ฮาร์ดไดรฟ์ chalked up PC คะแนนประทับใจ WorldBench ของ 241 ความสำเร็จนี้สถานที่ขนส่ง XKE 233 หมู่ debit cards portables เร็วที่สุดในตลาดปัจจุบัน More ความเร็วหมายถึงการเปลี่ยนหน้าจอรวดเร็วในการนำเสนอหนาแน่นกับกราฟิกและ วิดีโอ ภาพเหล่านั้นบนหน้าจอ active - health insurance matrix 13.3 นิ้วก็จะกรอบและอุดมด้วยสีขอบคุณ NeoMagic MagicGraph ควบคุม 128XD mortgage วิดีโอ นำเสนอในหน้าของกลุ่มหรือไม่ แบบพกพานี้จะ แตกต่างจากสามภาพและเสียงออกพอร์ตของ นอกจากพอร์ต CRT มาตรฐานสำหรับการเชื่อมต่อกับจอภาพที่ขนส่ง credit report XKE มาพร้อมกับพอร์ต composite RCA ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อของส่วนต่างๆเพื่อแสดงค่าใช้จ่ายในหน้าจอขนาดใหญ่ หรือโทรทัศน์ Rarer ยังบันทึกนี้ยังมีพอร์ต S - Video ที่จะให้ได้ความละเอียดที่ดีและสีบนหน้าจอใหญ่