Mass Suicide: หนังสั้นไทย(ของทีมกำกับ)ใจกล้า!
พวกเขาทำอย่างไรให้นักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง ปลาย - ปรเมศร์ น้อยอ่ำ นักแสดงชื่อดังและเจ้าของบริษัทโฆษณา
ยอมมาแสดงนำให้...นั่นคือคำถามที่เกิดขึ้นหลังจากได้ดูหนังสั้นเรื่อง Mass Suicide ในเทศกาลภาพยนตร์นักเรียน
นักศึกษานานาชาติกรุงเทพ ครั้งที่ 3 รวมถึงสถานที่ถ่ายทำอันสุดแสนจะอลังการนั้นได้มาอย่างไร และพื้นที่สำหรับ
หนังของพวกเขามีมากน้อยแค่ไหน เรากำลังจะได้ทราบกัน
แนะนำตัว/ หน้าที่
แอ๊นซ์ ชญจี กฤตยาพงศกร: พวกเราเพิ่งเรียนจบเอกภาพยนตร์และสื่อดิจิตอล วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาการแสดงและกำกับการแสดงผ่านสื่อ - เขียนบท/ กำกับการแสดง
เอ็ม พีรพล ธนาพันธ์สิน (ขวา): สาขาการผลิตเพื่องานภาพยนตร์และสื่อดิจิตอลครับ - ตากล้อง/ตัดต่อ
ตั้ม สุทนต์ ใจดี (ซ้าย): สาขาออกแบบเพื่องานภาพยนตร์และสื่อดิจิตอล - ออกแบบ/ กำกับศิลป์
มารวมตัวกันได้ยังไง
แอ๊นซ์: เคยทำงานกันเป็นกลุ่มใหญ่ แล้วทีนี้ต้องแยกตัวออกมาทำหนังก็เลยต้องแตกกลุ่มออกมา โชคดีมาก ที่
กลุ่มเราได้คนครบทั้งสามสาขา มาช่วยกันทำหนังที่ออกมาก็เลยค่อนข้างสมบูรณ์ จริงๆ นี่คือหนังเรื่องแรกที่พวก
เราสามคนทำด้วยกันจริงจัง ก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งปี แต่ถ้ารวมตัวบทด้วยก็มากกว่านั้นเพราะว่าแก้หลายรอบ
เนื่องจากว่ามันเป็นบทหนังสั้น ก็ต้องพยายามทำให้กระชับแล้วก็สื่อออกมาชัดที่สุด
ไอเดียของหนังเรื่องนี้
แอ๊นซ์: ความคิดมาตอนช่วงที่หาเรื่องทำธีสิส ซึ่งที่ผ่านมาเราชอบทำหนังรัก เลยรู้สึกว่าอยากฉีกแนวนึกถึงหนัง
ฆาตกรรมก็คิดว่าน่าจะดี เพราะเราชอบดูโคนัน แต่จะทำให้มันจบภายในสามสิบนาทีได้ยังไงก็เลยเริ่มคิดพล็อต
จนไปเจอคดีที่เกี่ยวกับการฆ่าตัวตายหมู่ ก็เลยสนใจว่าทำไมคนต้องมารวมกันฆ่าตัวตายด้วยซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มา
จากคนไม่รู้จักกัน เจอกันทางอินเตอร์เน็ต แล้วมารวมตัวกันเพราะอยากมีเพื่อนตาย เรารู้สึกถึงความป่วยของโลก
ทุกวันนี้ ก็เลยตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้าวันหนึ่งเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยจะเป็นยังไง ก็คิดว่าทำเรื่องนี้
นี่แหละ
เอ็ม: ตอนแรกเถียงกันจะเป็นจะตาย เรื่องบท เพราะผมซีเรียสเรื่องความสมจริง คือแต่ละคนจะมีเหตุผลของตัวเอง
ก็ใช้เวลาพอสมควรเหมือนกันครับ กว่าจะลงตัว

ได้ปลาย – ปรเมศร์ มาแสดงนำ
แอ๊นซ์: คือเขาเป็นแรงบันดาลใจของเราอยู่แล้ว ก็เลยไปถามเพื่อนที่เคยทำแคสติ้ง เขาก็ให้เบอร์มานานมาก
กว่าจะกล้าส่งข้อความไปคุยกับเขา กว่าจะได้นักแสดงก็กินเวลาไปครึ่งปีแล้วค่ะ (ฮา) พี่เขาก็สอบถามเกี่ยวกับ
ตัวบท และเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกพี่เขา (อารมณ์เหมือนสัมภาษณ์งาน) คุยอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดพี่ปลายก็
บอกว่า "น้องรู้จักพี่ดีพอ"โอ้โห พอได้ยินอย่างนี้ เลยยิ่งทำให้เป็นแรงฮึดที่อยากจะทำบทออกมาให้ดีๆ เพราะพี่เขา
อุตส่าห์ให้โอกาสเรา พี่ปลายเคยให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าเป็นบทที่พอใจเรื่องเงินเขาไม่สน แต่ถ้าบทที่ไม่ใช่ ต่อให้เงิน
มากแค่ไหน เขาก็ไม่เล่น
เอ็ม:ทั้งเรื่องเราถ่ายประมาณสี่เดือน แต่ถ่ายเดือนละครั้งนะครับ เพราะว่านักแสดงหาคิวยากมาก ตัวละคร 5 - 6 ตัว
ต่างอาชีพ ต่างอายุ เวลาไม่ตรงกันเลย คิวสถานที่ก็เหมือนกันเพราะมีกองละครมาถ่ายที่นั่นเยอะ
แอ๊นซ์:นักแสดงคนอื่นๆเราก็เปิดแคสติ้งลงประกาศตามเว็บบอร์ดแคสติ้งไปเป็นร้อยคนเหมือนกัน พอเริ่มถ่ายทำ
เราใช้เงินในส่วนของนักแสดงไปหมื่นกว่าบาท ค่าตัวไม่ได้จ่ายนะ แต่ก็ใช้ในส่วนสวัสดิการ จากสามหมื่น ก็เริ่ม
เหลือน้อย (ฮา) โชคดีมาก ที่พวกเขาช่วยเราด้วยความเข้าใจ

ปัญหาที่เกิดขึ้น
แอ๊นซ์: ช่วงแรกรู้สึกว่าทุกอย่างยากมาก เพราะเราทำงานกับมืออาชีพ ต้องเป๊ะทุกอย่าง ทั้งคิวแสดง ทั้งเวลา ทั้ง
แอคติ้ง ข้อดีก็คือการได้ฝึกความเป็นระเบียบวินัยและการทำงานแบบมืออาชีพไปในตัว
เอ็ม: ใช่ครับ ทำอะไรก็ห้ามผิด (ฮา) คือมาเจอปัญหาจริงๆ ตอนถ่ายทำครับ เรามีกล้องตัวเดียว ก็ต้องถ่ายทีละมุม
รับมุมนี้ เสร็จแล้วเล่นใหม่ ไปรับอีกมุม ไฟที่ใช้ก็เป็นหลอดนีออน อุปกรณ์ที่ใช้แทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ คือเราพยายาม
คุมงบครับ
ตั้ม: คือเราอยากลองทำงานแบบกอง ที่มีงบจำกัด ลองจัดการกับสามหมื่นบาทดู
แอ๊นซ์:อีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องราวในหนังต้องดำเนินไปในเวลากลางคืน แต่บางทีนักแสดงให้คิวได้แค่ถึงเย็น เราก็
ต้องมาช่วยกันทำให้บ้านมืดหมดเลย
เอ็ม: พวกการใช้อุปกรณ์ถ่ายทำ ก็ต้องระวังมากครับ เพราะพื้นบ้านเป็นหินอ่อนหมดเลย ห้ามกินน้ำอัดลม น้ำมะนาว
(และแล้วเราก็ได้ทราบความจริงว่าเจ้าของบ้านหลังนั้นก็คือ “เอ็ม” ที่กำลังนั่งคุยกับเราอยู่นี่เอง)
อุปกรณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ในกองถ่าย
ตั้ม: คือมีอยู่ฉากหนึ่งครับ ฉากขวดแก้วตก ผู้กำกับอยากได้มุมเสย คือถ้าต้องการภาพแบบนั้นก็คือขวดต้องตกใส่กล้อง
เราก็คิดกันว่าจะทำยังไง ก็เลยลองหาวัสดุที่จะเอามาใช้กันหน้ากล้อง ก็เลยซื้อแผ่นอะคลิริกมาเพราะเห็นว่ามันหนา
น่าจะใช้ได้ แต่พอซื้อมาแล้วขนาดเล็กเกินไป คือก็ต้องแก้ไข โดยทำให้มันพอดีและขวดต้องแตกด้วย เพราะครั้งแรก
ขวดไม่ยอมแตก เพื่อนเสนอว่าให้ขวดหล่นใส่หินสิ ก็ต้องเอาหินมาวางบนอะคลิริกแต่ห้ามเห็นหิน ก็เลยต้องให้นักแสดง
ซ้อมปล่อยขวดพลาสติกก่อน เพราะขวดที่เราใช้มันคือขวดแชมเปญ มีขวดเดียวครับ พลาดไม่ได้ คือนักแสดงต้องแม่น
ห้ามมองตอนปล่อย ปล่อยเสร็จแล้วต้องแอคติ้งต่อ ตอนถ่ายนี่ลุ้นกันมาก
แอ๊นซ์:จริงๆ ก็มีอีกหลายฉากที่ต้องใช้เอฟเฟ็กต์หรือการตัดต่อมาช่วย อย่างฉากปาดคอ ก็ต้องมารีเวิร์สภาพ
เพราะตอนเล่นนักแสดงดึงมีดกลับแรงกว่าตอนแทง ซึ่งมันผิดธรรมชาติ

จุดเด่นของหนัง
แอ๊นซ์: เน้นภาพสวยค่ะ จริงๆ ก็พยายามทำทุกอย่างให้ออกมากลมกลืน แต่ที่พิเศษคือทุกเรื่องที่กำกับแอ๊นซ์จะต้อง
แฝงตัวเองเข้าไปอยู่ในเรื่อง เพื่อให้รู้สึกว่าหนังมันไม่ได้ไกลตัวเรานะ อย่างเรื่องนี้ก็มีมือ มีชื่อนักข่าวแต่ก็คงไม่มีใคร
สังเกตว่ามันเป็นชื่อผู้กำกับ (ฮา)
หนัง/ เพลง/ ผู้กำกับ ที่ชอบ (มีอิทธิพลต่อเรามากน้อยแค่ไหน)
ตั้ม: ผมชอบหนังของทิม เบอร์ตัน ครับ จะดูเรื่องการใช้สีในหนังของเขา สวยดี ถ้าเป็นหนังก็ชอบAlways เรารู้สึกว่า
นักแสดง เสื้อผ้า ฉาก มันกลมกลืนกันไปหมด ดูแล้วรู้สึกว่ามันได้อารมณ์ดี
เอ็ม: ผมจะชอบหนังผี ที่จัดแสงสวยๆ แต่ถ้าถามถึงผู้กำกับ ผมจะชอบแนวช่างภาพมากกว่า พวกเนชั่นแนลจีโอกราฟิก
เรารู้สึกทึ่ง เหมือนเขาได้ภาพมายากลำบาก แต่มันสวยจริงๆ
แอ๊นซ์:ชอบหนังญี่ปุ่นเรื่อง confession กับ memories of mutsukoเป็นหนังที่โทนเรื่องใกล้เคียงกับหนัง
ที่เราจะทำคือหดหู่ แต่ภาพสวย เพลงดี เทคนิคการเล่าเรื่องเยี่ยม ที่ประทับใจก็อาจเป็นเพราะว่าเรื่องราวของหนังอยู่บน
พื้นฐานความคิดคล้ายๆ กันก็ได้ค่ะ
เป้าหมายการทำงานในอนาคต
เอ็ม: ก็คิดไปเรื่อยๆ ครับ วันหนึ่งถ้าแอ๊นซ์คิดบทอะไรได้ก็จะมาเล่าให้ฟัง ถ้าว่างพร้อมกันสามคน โอเค ถ่ายทำ
สิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจส่งหนังเข้าประกวดโครงการนานาชาติ
แอ๊นซ์: ได้แรงบันดาลใจมาจากรายการหนังพาไป คืออยากไปเที่ยวค่ะ (ฮา) เหมือนเราอยากพิสูจน์ด้วยว่าเราจะไป
ได้ไกลแค่ไหน อุตส่าห์ทำหนังออกมาสักเรื่องหนึ่งแล้ว เลยอยากส่งเข้าประกวดหลายๆ ที่เผื่อมีโอกาสได้ฉาย
ตามสถานที่ต่างๆ ส่วนตัวรู้สึกว่า ทำหนังแล้วก็อยากฉายในโรงนะคะ อยากให้คนที่ดูได้ซึมซับทุกอรรถรส
ที่เราใส่ลงไปในหนังได้อย่างเต็มที่ เลยคิดว่าถ้าส่งแต่ในเวทีบ้านเราคงยังไม่พอ ลองส่งออกไปให้ต่างชาติ
ดูด้วยว่าจะเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการสื่อสารมากน้อยแค่ไหนไม่แน่บางทีหนังเราอาจจะไปถูกใจผู้ชมบางคน
ที่มุมใดมุมหนึ่งของโลกก็ได้
เอ็ม: ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องทำหนังตามใจคนดู ทำหนังตามใจเรา แม้คนดูจะไม่ชอบ แต่เราก็ชอบแล้ว
ตั้ม:เราอยากเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้คนดูบ้าง ไม่ใช่ดูแต่หนังตลกทำรายได้สามร้อยล้าน
การเรียนภาพยนตร์โดยตรงมีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร
แอ๊นซ์: เราอาจจะได้เปรียบในแง่ของผู้สอนที่มีประสบการณ์มาก มีพื้นที่ให้แสดงงาน ซึ่งอาจจะเริ่มจากการถูกบังคับ
(ฮา) คือคนทั่วไปอาจจะไม่ได้มีจุดมุ่งหมายของการทำหนัง แต่ถ้าเป็นเรื่องทฤษฎีก็ไม่มีผลอะไรมาก ถ้าคุณสนใจจริงๆ
ก็หาหนังสือมาอ่าน ดูในอินเตอร์เน็ต หรือพวกจัดเวิร์คชอปและเสวนาเกี่ยวกับหนังก็มีเยอะ ตามงานพวกนี้ก็ได้
เอ็ม:เหมือนเราได้เจอกรณีศึกษาที่มีปัญหา แล้วก็คิดหาวิธีการแก้ไข รู้เลยว่าถ้าเจอแบบนี้ต้องแก้ยังไง แต่มันก็ไม่ได้
หมายความว่าเราเก่งกว่า
ตั้ม:เรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับความสนใจส่วนตัวครับ การดูหนังเยอะๆ ก็ช่วยได้มากครับ
ฝากถึงคนที่กำลังเริ่มต้น
แอ๊นซ์: อย่าคิดอะไรมาก ลงมือทำแล้วประสบการณ์จะสอนเราเองว่าเราควรทำอะไร ถ้าคิดว่าไม่มีคนช่วยลองหาดูก่อน
บางทีอาจจะมีคนคิดแบบนี้หลายๆ คน ก็ได้ ในที่สุดอาจจะเกิดการรวมตัวกันค่ะ
เอ็ม: คนส่วนใหญ่รอความพร้อม แต่ผมอยากจะบอกว่ามันเริ่มได้จากคนใกล้ตัวนี่แหละครับ เดี๋ยวมันจะขยับขยายได้เอง
ตั้ม: อยากเล่าอะไรเล่าไปเลยครับ ผมเชื่อว่าการเรียนหนังกับการทำหนัง บางทีก็ไม่เกี่ยวกัน คนที่ไม่ได้เรียนเก่งกว่า
พวกผมเยอะแยะไป...
Mass Suicide (Teaser)
(หมายเหตุ ยังไม่สามารถเผยแพร่ตัวภาพยนตร์ได้เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างการประกวด)
ผลงานที่ผ่านมา/ ปีที่ทำ/ โครงการที่เข้าร่วม
-บ้านผีปอป/ ปี 2553-2554/ รางวัลชมเชยยอดเยี่ยมอันดับที่ 2 โครงการประกวดภาพยนตร์สั้นเพื่อสันติภาพ
Films for peace short film project / ผ่านการคัดเลือกได้ร่วมฉายในสาขา รางวัลช้างเผือก เทศกาล-
ภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 15 The 15th Thai Short Film & Video Festival/ ผ่านการคัดเลือกได้ร่วมฉายในสาย
ทองแดง Bronze Award Bangkok International Student Film Festival 2011
-ผู้หยุดเวลาไว้ตรงหน้า/ ปี 2554/ ร่วมฉายในเทศกาล หนังสั้นจากเรื่องสั้น SCG INDY AWARDS 2011
-Miss Take/ปี 2555/ เทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 16 The 16th Thai Short Film & Video Festiva/
เทศกาลภาพยนตร์นักเรียนนักศึกษานานาชาติ กรุงเทพ ครั้งที่ 3 Bangkok International Student Film
Festival 2012
-Mass Suicide/ปี 2555/ เทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 16 The 16th Thai Short Film & Video Festival/
ผ่านการคัดเลือกได้ร่วมฉายในสาย Thai Student Showcase เทศกาลภาพยนตร์นักเรียนนักศึกษา นานาชาติ
กรุงเทพ ครั้งที่ 3 Bangkok International Student Film Festival 2012
Mass Suicide
Switzerland -Shnit International Shortfilm Festival 2012 - Berne shnit-Open (International
competition)
Brazil - Belo Horizonte International Short Film Festival 2012 - Belo Horizonte International
Competition/ Rio de Janeiro International Short Film Festival - Curta Cinema 2012 - RioDe Janeiro/
São Paulo International Short Film Festival 2012 - Sao Paulo International Program
ITALY - Sedicicorto International Film Festival Forli 2012 - Forli International competitions
IRAN -Tehran International Short Film Festival 2012 - Tehran International competition
Germany - Interfilm International Short Film Festival Berlin 2012 - Berlin International competition
France - Festival Silhouette 2012 - Paris Festival Silhouette
KOREA -Seoul international Extreme-Short Image & Film Festival 2012 - Seoul International
DSLR International Competition

พูดคุยกับพวกเขาได้ที่
raknaka_from_ant@hotmail.com (แอ๊นซ์)
Czlobster@gmail.com (เอ็ม)
tamkung999@gmail.com (ตั้ม)




