ศุภร ชูทรงเดช ศิลปินผู้เรียบเรียงประวัติศาสตร์
'เงา : อดีตจากป่า คนแปลกหน้าที่ขุนยวม' คือภาพยนตร์สารคดี ฝีมือของ ''ศุภร ชูทรงเดช'' ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อนำเสนออีกแง่มุมหนึ่งของสงครามในอดีต ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่ปรากฏอยู่ในพิพิฒภัณฑ์ประวัติศาสตร์อย่างสิ้นเชิง
ซึ่งนอกเหนือจากสารคดีเรื่องนี้ จะมีคุณค่าในฐานะของหนึ่งในหลักฐานยืนยันความเป็นมาในอดีตแล้ว มันยังสะท้อนแง่มุมด้านความแตกต่างทางชาติพันธ์อันหลากหลายของประเทศไทย ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและเจ็บปวดระหว่างชาวบ้านกับทหารที่มาร่วมสงคราม ซึ่งในครั้งนี้เราจะมาทำความรู้จักกับผู้ที่สร้างสารคดีเจ้าของรางวัลที่ 2 สาขาดุ๊ก (สารคดี) ของเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ผ่านมากัน
ตอนนี้คุณศุภรกำลังทำอะไรอยู่ครับ?
ตอนนี้ถ้าเกิดพูดตรงๆ ก็คือเราเป็นศิลปิน แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นเรียกผมศิลปินหรือเปล่านะ เพราะเราก็ทำงานศิลปะ งานแสดงล่าสุดที่ผ่านไปก็จัดที่หอศิลป์ กทม. และก็ย้ายงานไปจัดที่หอศิลป์แถวสนามจันทร์่ศิลปากร เป็นผลงานประเภทสื่อภาพเคลื่อนไหวและวิดีโออาร์ตแนว abstract ที่เน้นใช้ visual แรงๆ
แต่ถ้าอาชีพจริงๆ เมื่อประมาณสักสี่ห้าปีมาแล้วผมเป็นผู้กำกับหนังโฆษณา รับจ้างทำงานโฆษณาเมืองนอกซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะมาจากเมืองจีน ตั้งบริษัทเองเลยทำมาเกือบสิบปี แล้วก็พอเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติเมื่อสองปีที่แล้วชีวิตเราก็เปลี่ยนไป งานก็เริ่มเข้ามาน้อยลงแล้วอีกอย่างนึงก็คือเราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราไม่ชอบทำงานแบบนี้เท่าไหร่ หลังๆ พอเขาจ้างเราก็ไม่ค่อยอยากทำ คือไม่สนุกกับมันมากกว่า
ก็พอดีมี่เพื่อนที่ทำงานศิลปะและก็รู้จักกับเพื่อนที่เป็นศิลปินอาชีพ เราก็เริ่มเข้ามาคลุกคลีกับเขา คุยกัน คือเราก็มีพื้นเพรู้จักกับรุ่นพี่และอาจารย์ที่ศิลปากรอยู่แล้ว อย่างรุ่นใหญ่ๆ มีอาจารย์สาครินทร์ อาจารย์ทองชัย อาจารย์ถาวร โกดมวิทย์นี่ก็เป็นอาจารย์กันมาก่อน พอเริ่มเข้ามาคลุกคลีกับพวกเขาเราก็รู้สึกชอบการทำงานในรูปแบบศิลปิน ซึ่งงานแรกที่เราได้เข้ามาทำและเริ่มเปลี่ยนบทบาทของตัวเองครั้งแรกก็เป็นงานแสดงศิลปะที่ เวนิช บีนาเล่ โดยแกนนำคือ อาจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ เขาฟอร์มทีมเข้ามาร่วมกันสร้างงานที่จะไปแสดงกันที่นั่น
เรียกได้ว่าเป็นการก้าวเข้ามาทำงานศิลปะชิ้นแรก ตอนนั้นเราทำผลงานอะไร?
ตอนนั้นก็คือทำเรื่อง ‘นาวาสู่สวรรค์’ เป็นการทำ project art ขึ้นมาในรูปแบบที่คล้ายๆ กับการทำบริษัททัวร์ คือในยุคนั้นเมื่อประมาณสามสี่ปีมาเนี่ยระบอบทุนนิยมมันกำลังล่ม เศรฐกิจโลกเริ่มถดถอยโดยมีผลมาจากจากสหรัฐ แล้วที่งาน เวนิช บีนาเล่ มันก็คล้ายกับโอลิมปิกศิลปะที่เขาจะประชันกันแง่ของการวิพากย์วิจารณ์สังคมในระดับโลก ในฐานะของตัวแทนประเทศไทยก็คือทีมผมกับศิลปินอีกห้าคน ก็ออกแบบการแสดงที่ทำออกมาคล้ายๆ กับบริษัททัวร์ เราเริ่มจากไอเดียที่ว่า การที่เศรฐกิจแบบทุนนิยมมันกำลังล่มสลายส่วนหนึ่งเพราะว่าการท่องเที่ยวของเรามันไปทำลายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไปส่วนนึงด้วย เช่นวิถีชิวิตปกติของชีีวิตชาวบ้าน อย่างการแกะสลักไม้ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก มันกลายสภาพเหมือนเป็นการโชว์นักท่องเที่ยวไปแล้ว ไม่มีมีชีวิตอยู่ในนั้นจริงๆ ซึ่งผมก็เอาวิชาชีพการโฆษณามาผลิตงานวิดีโอส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ว่ามันเป็นการท่องเที่ยวที่ไม่ตอบจุดหมายว่าการท่องเที่ยวที่เราจะไปนั้นมันมีความเป็นจริงอยู่หรือเปล่า? เพื่อที่จะบอกเล่าให้คนต่างประเทศรู้ว่าเรากำลังจะไปทางไหนในเศรษฐกิจยุคนี้
แล้วหลังจากนั้นมาเราก็เริ่มทำงานศิลปะมาเรื่อยๆ?
หลังจากนั้นมาผมก็เริ่มทำงานของตัวเอง เน้นทำด้าน video art นี่แหละ แต่เป็นในสไตล์ของเรา ในวิธีการของเรา ทำอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน
แล้วสารคดีเรื่อง 'เงา : อดีตจากป่า คนแปลกหน้าที่ขุนยวม' นี่เราเริ่มทำตอนไหน?
สำหรับสารคดีเรื่องนี้ต้องท้าวความก่อน ตอนนั้นผมไปอบรมการทำสารคดี ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ซึ่งตอนที่เดินเข้าไปเราก็มีหัวข้อที่อยากทำอยู่แล้ว พอลองขอทุนเขาทำผลงานที่เกี่ยวข้องกับชาติพันธ์ดูเขาก็สนใจ เราก็เลยได้ทุนมาทำตอนนั้นหัวข้อที่เราอยากทำก็คือเรื่องของชาวบ้านที่ขุนยวมนี่แหละ
แรงบันดาลใจในการทำหัวข้อเรื่องนี้ของผม มันเกิดขึ้นมาจากการเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดาที่เดินเข้าไปชมพิพิธภัฑณ์สงครามโลกแล้วเกิดความหงุดหงิด นำเสนอแต่ภาพซากปรักที่หลงเหลือ แล้วมันตอบปัญหาเราไม่ได้ว่ามันจะเล่าอะไร มันจะพูดถึงอะไร แล้วความจริงมันเป็นยังไง ดูไปก็เกิดคำถามขึ้นมาเยอะมาก เราก็พกความคิดนี่ติดตัวไว้ตลอดว่าถ้าวันนึงเรามีโอกาสเราจะทำสารคดีแล้วใส่ข้อเท็จจริงเข้าไปให้ได้มากที่สุด พยายามจะไม่เล่าเหมือนว่ามีพิธีกรหรือการบรรยายที่ตั้งใจชักจูงคน
ซึ่งตอนที่เราทำ เราก็ร่วมมือกับนักวิจัยซึ่งเป็นพี่ผมเอง เขาทำงานวิจัยด้านมรดกวัฒนธรรมอยู่แล้ว เราก็ไปศึกษาจากงานของเขาแล้วก็ค้นคว้าเพิ่ม ไปสัมภาษณ์จนได้เรื่องราวออกมา

ใช้เวลาทำนานไหมสำหรับสารคดีเรื่องนี้?
ก็หลายเดือนอยู่เพราะว่าผมต้องขึ้นไปที่ขุนยวมประมาณสองสามรอบ คือใช้วิถีการทางศิลปะ ด้วยการเข้าไปซึมซับวิถีของเขาก่อน เราไม่ชอบทำงานฉาบฉวยไปวันนึงถ่ายๆ แล้วก็มาตัดแล้วก็มาเล่าเรื่องเองซึ่งมันก็จะไม่จริง และมันจะชักจูงให้คนดูไปทางใดทางหนึ่ง
เราเข้าไปถ่ายคนเฒ่าคนแก่อายุประมาณแปดสิบปีอัพ ลองคิดดูดิว่าสงครามมันเลิกมา 68 ปีแล้วตอนที่ผมไปสัมภาษณ์ คนที่มีอายุเก้าสิบก็เพิ่งจะเป็นวัยรุ่นในยุคนั้นซึ่งก็หาตัวคนที่มีประสบการณ์กับสงครามได้ยากมาก อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องภาษาที่พวกเขาใช้่ส่วนมากจะเป็นภาษาม้ง ภาษาไทใหญ่ ภาษาถิ่น ซึ่งพอเราไปถ่ายแล้วตัดต่อเสร็จ เราก็ต้องเอามาแปล แปลเสร็จก็เอาไปให้เขาดูว่ามันถูกต้องหรือเปล่า ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาทำนานมาก
แล้วรูปแบบการเล่าเรื่องในสารคดีของเรามันเป็นยังไง?
มันเกิดจากแรงผลักดันว่า ถ้าเราได้ทำสารคดีเราก็อยากจะทำสารคดีที่คนดูได้ซึมซึบความจริงเข้าไป ดูแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องจริง เพราะหนังของผมมันไม่มีคำอธิบายเลย ให้ตัวคนสัมภาษณ์เป็นคนเล่า แล้วก็ดำเนินเหตุการณ์ แล้วก็แทรกภาพ footage เก่าๆ สมัยสงครามโลก โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันญี่ปุ่น ให้ภาพเรามาใช้ประกอบ ซึ่งมันก็เป็นภาพที่คนไม่ค่อยเห็น ซึ่งเราก็จะประมวลเรื่องราวจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์มาเล่า ซึ่งการที่เราได้รับรางวัลเนี่ยค่อนข้างเซอร์ไพรส์มาก เพราะว่างานของเรามันธรรมดามากๆ ไม่ได้พิสดารเหมือนคนที่ส่งหนังสั้นเข้าประกวด ที่มีลูกเล่นเยอะแยะไปหมดเลย
นอกจากนั้นเราก็เอาผลงานเรื่องนี้ไปปรึกษากับทีมวิจัย ในการออกฉายให้คนที่ขุนยวมดูด้วย เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีของเราว่า การเล่าเรื่องด้วยความจริงจะทำให้คนในท้องที่เขาเชื่อเหมือนเรารึเปล่า ซึ่งเราก็เอากลับไปฉายมาเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมานี่เอง
ผลตอบรับที่ได้รับจากการเอาหนังไปฉายเป็นยังไงบ้าง?
ก็ใช้ได้นะ คือรอบแรกเนี่ยคนเยอะมากเลย แต่พอถึงช่วงที่มันน่ากลัวอย่างทหารญี่ปุ่นตาย คนก็เดินออกบ้างเหมือนกัน เพราะว่าหนึ่ง เราไปฉายในวัดไง เป็นหนังกลางแปลง คนก็กลัว เพราะชาวบ้านบางคนเขาก็คิดว่าเราเอาหนังสนุกๆ ทั่วไปมาฉาย แล้วอีกอย่างนึงก็คือ ชาวบ้านเขาทำงานมาทั้งวัน กว่าจะเลิกงานก็ดึกแล้ว ซึ่งพอได้ประสบการณ์จากวันแรกแล้ว วันต่อมาที่ฉายเราก็ปรับกลยุทธิ์ใหม่ เล่าเรื่องให้ฟังก่อนว่าหนังที่เราเอามาฉายเนี่ยเป็นหนังสารคดีนะ แต่เราจะไม่ชี้นำ จะไม่มีเรื่องราว fiction เหมือนหนังในพิพิธภัณฑ์สงครามของขุนยวมที่เขาจะสร้างเรื่องราวของความรักแนวๆ โกโบริมากกว่า เพราะพิพิธภัณฑ์เขาก็พยายามเล่าเรื่องให้มันเสริมสร้างมิตรภาพของไทย-ญี่ปุ่น มากกว่าจะนำเสนอความเป็นจริง
เรียกได้ว่าการท่องเที่ยวเข้ามามีผลอีก
ใช่ ตรงนี่แหละที่มันเป็นส่วนนึงที่มันผลักดันเราให้มาทำงาน คือไอเดียผมกับการท่องเที่ยวมันมักจะออกแนวnegative พอสมควร ยกตัวอย่างเช่นที่ปายนี่เปลี่ยนแปลงไปอย่างแรง มันเหมือนกับเรายกเอาเมืองกรุงเทพฯ ไปไว้ปายมากกว่า ซึ่งเราก็พยายามเรียกร้องนะ หวังจะให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นบ้าง ซึ่งทางพิพิฒภัณฑ์ที่โน่นก็เริ่มจะตอบรับเรากลับมาบ้างแล้ว
แล้วในอนาคตเราจะมีผลงานอะไรออกมาอีกบ้าง?
ในอนาคตนี่เรามีโปรเจ๊กต์ทำหนังสารคดีที่เกี่ยวข้องกับ 'โลงผีแมน' เพระว่าภาคเหนือของเรามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานหลายพันปีโดยเฉพาะวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อยในเทือกเขาต่างๆ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับมนุษย์ถ้ำซึ่งเวลาเขาตาย เขาจะทำโลงไม้แบบยาวมาก มันเป็นเหมือนกับไม้ลำตรงๆ แล้วก็ผ่าแล้วก็ขุดเป็นเหมือนเรือขุดแล้วก็เอาฝาประกบเอาไว้ จากนั้นก็จะเอาไปตั้งอยู่ตามช่องเขา ตามหน้าผา หรือถ้ำต่างๆ ซึ่งมันลึกมาก และมีหลายที่เลยโดยเฉพาะแถบจังหวัดแม่ฮ่องสอน เค้าเรียก ผีแมน ซึ่งมันน่าสนใจมาก ซึ่งผมคิดว่าจะร่วมมือกับนักวิจัยและนักโบราณคดีในการทำสารคดีเรื่องนี้ขึ้นมาอีก
คำถามสุดท้าย คิดว่าทำไมเราถึงมาหลงไหลการทำงานสารคดีอย่างทุกวันนี้ได้?
ผมชอบการทำงานศิลปะ และคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ ถ้าให้เราไปทำหนังเราก็ไม่ถนัดเท่าไหร่ คือผมมองว่าการทำหนังมันคือการประกอบ puzzle ชิ้นใหญ่ซึ่งถ้าต่อชิ้นส่วนไม่ครบทุกอย่างเนี่ยมันทำออกมาไม่ได้ ในจุดนี้ทำให้การเล่าเรื่องแบบสารคดีกับหนังเนี่ยมันต่างกัน สารคดีชิ้นส่วนมันครบสมบูรณ์อยู่ในตัวของมันเองแล้ว คุณค่อยหยิบตัวนึงออกเพื่อให้เกิดความน่าสนใจ หรือว่าทิ้งท้ายตั้งคำถามให้กับผู้ชมไว้ แต่ถ้าเกิดป็นหนังจะต้องก่อร้างสร้างชิ้นส่วนแต่ละชิ้นขึ้นมาเองจากความคิดของเรา ซึ่งมันไม่จำเป็นจะต้องสร้างขึ้นมาให้สมบูรณ์ก็ได้คือทิ้งอันที่ไม่เข้าใจไว้บ้าง ประกอบมันให้ออกมาไม่สมบูรณ์แต่มีความน่าสนใจ ซึ่งเราคิดว่าแนวทางของการทำสารคดีมันมันเหมาะกับเรามากกว่า แต่ถ้าจะลองก็คืออยากทำสารคดีแบบ docudrama ซึ่งก็ยังไม่แน่ชัดว่ามันจะออกมาเป็นยังไง
ชื่อ นามสกุล : ศุภร ชูทรงเดช
Name Surname : suporn shoosongdej
อีเมล์ : dvidzaa@gmail.com
ตัวอย่างผลงานออนไลน์
เงา : อดีตจากป่า คนแปลกหน้าที่ขุนยวม ตอนที่ 1
เงา : อดีตจากป่า คนแปลกหน้าที่ขุนยวม ตอนที่ 2
http://vimeo.com/15619959
เงา : อดีตจากป่า คนแปลกหน้าที่ขุนยวม ตอนที่ 3
http://vimeo.com/15620397
เงา : อดีตจากป่า คนแปลกหน้าที่ขุนยวม ตอนที่ 4
http://vimeo.com/15620993
เงา : อดีตจากป่า คนแปลกหน้าที่ขุนยวม ตอนที่ 5
http://vimeo.com/15621347
เงา : อดีตจากป่า คนแปลกหน้าที่ขุนยวม ตอนที่ 6
http://vimeo.com/15655713




