ทุกคนเกิดมา...ล้วนมีสิทธิ์เป็นผู้กำกับ

รูปภาพประกอบเรื่อง

 สักวัน...เรา(ผม/ฉัน/หนู/ข้าพเจ้า/ดิฉัน/ข้อย/เดี๊ยน)จะต้องเป็นผู้กำกับให้ได้!” 
นี่คงเป็นคำปฎิญาณของใครหลายๆ คนที่สนใจในการทำหนังหรือภาพเคลื่อนไหวและมุ่งมั่นว่าสักวันจะต้องทำให้ได้แต่สักวันที่หลายๆ คนเฝ้ารออยู่นั้น บางครั้งมันก็ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไปโดยที่เราไม่รู้ตัว ทั้งๆ ที่โอกาสในการเป็นผู้กำกับได้เดินทางแวะเวียนมาหาถึงหน้าประตูห้อง

ก๊อก! ก๊อก! เริ่มได้ยินเสียงอะไรลางๆบ้างหรือยังครับ : )

เรามักเป็นแต่ผู้กำฝันมากกว่าผู้กำกับ

หลายคนกำความฝันไว้ในมือแน่นและเฝ้ารอโอกาสที่จะได้ไปกำกับภาพยนตร์ ได้ทำมิวสิควิดีโอหรือทำอนิเมชั่นที่ได้ฉายและได้รับการยอมรับในวงกว้าง เมื่อมีโอกาสเล็กๆ เป็นเวทีให้เราลงไปกำกับได้ผ่านมาก็เกิดความคิดประเภทที่ว่าจะทำไปทำไมให้เสียเวลาในเมื่อเรา (ผม/ฉัน/หนู/ข้าพเจ้า/ดิฉัน/ข้อย/เดี๊ยน) นั้นมีความสามารถและควรจะได้ทำงานอะไรที่เหมาะสมมากกว่าซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ระหว่างทางในชีวิตเรานั้นล้วนเต็มไปด้วยเวทีที่พร้อมให้เราลงไปโชว์ฝีมือ อยู่ที่เราจะใช้โอกาสนั้นหรือปล่อยให้ผ่านไปพร้อมวันเวลาที่ค่อยๆ ลดน้อยลงไปทุกวัน


โอกาสนั้น...โอกาสไหน?

   โอกาสที่ว่านั้น ก็คือทุกวันที่อยู่ในชีวิตของเราไงครับ ถ้าสังเกตดีๆ ในชีวิตมีหลายเหตุการณ์ที่เราสามารถหยิบมันมาเป็นโอกาสในการเป็นผู้กำกับได้ทั้งนั้น หลายครั้งเมื่อผมคิดย้อนกลับไปในอดีต ก็รู้สึกเสียดายว่าน่าจะใช้มันเป็นเวทีในการแสดงฝีมือการกำกับ ดีไม่ดีก็อีกเรื่อง แต่อย่างน้อยเราก็ได้เริ่มต้นทำในสิ่งที่ตัวเองรักและใช้มันให้เป็นประโยชน์กับชีวิตของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นการกำกับที่รับใช้ชีวิตคุณเอง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวรอบๆ ตัวคุณ ต่อไปนี้คือ ไอเดียที่ผมได้จากการนึกย้อนกลับไป ซึ่งอยากให้ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ ได้นำไปใช้เป็นเวทีในการเริ่มต้นสำหรับความฝันในการเป็นผู้กำกับของตัวเอง

 

 

• presentation สมัยเรียน

   ช่วงเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา มีหลายครั้งที่ต้องทำรายงานเป็น presentation และเราก็มองมันว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ ที่ต้องเรียงกันออกไปพูดข้อมูลอะไรมากมายยาวเหยียด

   แต่ถ้าได้ย้อนกลับไปเรียนอีกครั้ง ก็อยากกลับไปใช้วิดีโอภาพเคลื่อนไหวไปช่วยเล่าเรื่อง ใส่ไอเดียให้งาน presentation ครั้งนั้นออกมาสนุกกว่าที่เคย อาจทำหนังสั้นเล่าเรื่องรายงานสถิติ ทำอนิเมชั่นพรีเซนต์วิชาการตลาด สุดแท้แต่จะครีเอท ใครที่ยังเรียนอยู่ถ้ามีโอกาสลองทำดูนะ
 

 


• resume สมัครงาน

    จะนำเสนอตัวเองทั้งที แถมมีฝันอยากเป็นผู้กำกับเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็กำกับวิดีโอresume ขึ้นมาเลยสักชิ้น น่าตื่นเต้นกว่าอ่านกระดาษ A4 เป็นไหนๆ จะแนวฮา แนวซึ้ง หรือแนวเขย่าขวัญสั่นประสาทก็สุดแล้วแต่  
 

 


• วิดีโออวยพรวันแม่

   ถ้ากลัวว่าจะเสีย self กับงานกำกับวิดีโอครั้งแรก แนะนำให้เริ่มจากวิดีโออวยพรวันเกิดแม่เพราะในสายตาแม่ ลูกเป็นคนเก่งเสมอ อาจเกณฑ์พี่น้องให้มาร่วมเล่นในหนังสั้นสดุดีพระคุณแม่ชวนพ่อมาเล่นเป็นพระเอก ผมว่าการทำอะไรให้กับคนใกล้ตัวอย่างพ่อแม่นี่สำคัญ บางทีวิดีโอเล็กๆ ที่คุณทำให้แม่ครั้งนี้ อาจมีความหมายมากกว่าภาพยนตร์ที่คุณได้กำกับในวันข้างหน้าก็เป็นได้

 

 

 

• presentation งานแต่งงาน

   ไม่มีใครรู้เรื่องความรักของคุณกับแฟนได้ดีเท่าตัวคุณเอง แล้วทำไมจะไม่โดดลงมากำกับเองล่ะ ทุกเหตุการณ์ ทุกฉากในวิดีโอ คุณล้วนเคยผ่านมาด้วยตัวเองทั้งนั้น แล้วใครจะเล่ามันออกมาได้ดีเหมือนคุณ จริงมั้ย?


• วิดีโอง้อแฟนเก่า

   โทรไปง้อก็ไม่รับ ส่ง sms ไปอาจสั้นไม่ได้ใจความ ก็หยิบรูปที่เคยถ่ายร่วมกัน วิดีโอคลิปวันเวลาดีๆ การ์ดหวานๆ ที่เคยส่งหากัน หรือแม้กระทั่งเพลงที่เคยอินร่วมกันมาตัดต่อให้ซึ้งไปเลย เลือกนำเสนอแง่มุมที่ดี เล่าย้อนกลับไปถึงวันที่เริ่มต้นรักกัน อาจจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งหรือจบแบบตั้งคำถามก็เลือกได้ ก็คุณเป็นผู้กำกับเองนี่!

 

อะไรที่ทำออกมา...ล้วนมีผู้รอชม

    รางวัลที่สำคัญของการเป็นผู้กำกับ คงมีไม่มากไปกว่าการที่ผลงานของตัวเองได้เผยแพร่ออกไปสู่สายตาคนอื่น คุณอาจคิดว่าวิดีโอที่เป็นงานเล็กๆ นั้น ทำไปแล้วคงจะไม่มีคนดู ส่งผลให้ขาดความภูมิใจในผลงาน เสียเวลาเปล่าที่จะลงแรงทำ แต่ผมยังเชื่อว่า “อะไรที่ทำออกมาแล้ว ล้วนมีผู้รอชม” ทั้งนั้น

    วิดีโอ presentation ที่คุณทำส่งอาจารย์ในห้องเรียน อาจจุดประกายให้เพื่อนร่วมห้องสนใจในหัวข้อนั้นเพิ่มขึ้น

    วิดีโอ presentation งานแต่งงาน ก็มีคนที่พร้อมจะอินกับเรื่องราวความรักที่คุณเลือกมาถ่ายทอดแฟนเก่าอาจเห็นความดีของคุณในมุมที่เธอไม่เคยเห็นจากวิดีโอที่คุณทำให้เธอเป็นที่ระลึกในวันที่แยกทางกัน

     สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งสะท้อนว่าฝีมือการกำกับของคุณดีแค่ไหน เห็นไหมครับ โอกาสในการกำกับมีอยู่ทุกวันจริงๆ ผมไม่ได้บอกให้ทิ้งความฝันที่ตั้งเป้าไว้นะครับ แต่ในระหว่างทาง เราก็แวะฝึกปรือฝีมือกันก่อนที่โอกาสได้ลงสนามจริงมาถึง 


     สุดท้ายนี้ เรามักได้ยินกันบ่อยๆ ว่า หนังให้อะไรมากกว่าแค่ความบันเทิง มันทำให้เราได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิต และหลายๆคนที่อ่านอยู่ตรงนี้ ก็น่าจะเป็นคนที่อยากทำหนังที่ทำหน้าที่ได้แบบนั้น ถึงเวลาแล้วครับ อย่าละเลยโอกาสเล็กๆ รอบตัวที่รอให้คุณก้าวเข้าไปเป็นผู้กำกับ บางทีคุณอาจได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิตของตัวเอง และคนรอบข้างจากการเป็นผู้กำกับในโอกาสเล็กๆ เหล่านั้น