สมาธิสั้น และรักนั้นยาว : “พ่อแม่...คือ ร่มโพธิร่มไทรของลูก”
“ผมมีลูก 3 คน เบนซ์เป็นลูกคนเล็ก...เป็นสมาธิสั้น...” ผู้กำกับ จิดาภา แสงแก้ว เปิดเรื่องสารคดีชุดนี้ด้วยภาพคุณพ่อวัย 50 เศษนั่งเล่าเรื่องราวลูกชายที่เป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD = Attention Deficit /Hyperactivity Disorder) ซึ่งจากสถิติพบว่าเด็กไทยเป็นโรคนี้ถึง 5% นั่นเท่ากับว่า ในห้องเรียนที่มีนักเรียน 50 คน จะมีเด็กที่เป็นสมาธิสั้น 2-3คน
เป็นเด็กวัยไม่เกิน 7 ขวบที่สนใจอะไรก็เพียงช่วงสั้นๆ เหม่อลอยง่าย หลายรายมีอาการไฮเปอร์(Hyperactive) อยู่นิ่งๆ ไม่เป็น (ซนและวุ่นวายยิ่งกว่าลิง) หัดเรียนเขียนอ่านก็ช้ากว่าคนอื่นเค้า หรือกระทั่งไม่ค่อยรู้เรื่อง

เพื่อน : “เบนซ์ไม่ชอบเรียน เอาแต่วาดรูปเล่น”
คุณครู : “เขาทำสอบไม่ได้ ไม่ค่อยมีสมาธิ เขียนชื่อตัวเองก็ยังไม่ค่อยได้ ชอบแหย่คนอื่น แถมเคยด่าครูด้วย แต่ครูให้อภัย เพราะเข้าใจเขาค่ะ”
อย่างไรก็ตาม แปลกตรงที่เด็กสมาธิสั้นหากได้สนใจบางสิ่งเป็นพิเศษก็มักจะใจจดใจจ่อต่อสิ่งนั้นมากๆ เข้าขั้นแม่นยำละเอียดลึกซึ้ง หลายคนถึงกับชำนาญระดับอัจฉริยะเลยทีเดียว
“เบนซ์จะสนใจเรื่องโมเดลและเครื่องยนต์กลไกของรถยนต์เป็นพิเศษ นอกนั้นก็เรื่องพระเครื่องที่จะจดจำพระรุ่นต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ”
หากอาการเหล่านี้เป็นอยู่นานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนก็ควรพาไปขอคำแนะนำจากแพทย์ได้แล้วครับ เพื่อจะได้รู้วิธีดูแล แก้ไข และส่งเสริมที่ถูกต้องเหมาะสม ดังเช่นที่คุณพ่อของน้องเบนซ์ได้พบแพทย์ผู้ชำนาญตั้งแต่เนิ่นๆ “เราเริ่มสงสัยตั้งแต่เบนซ์เรียนอนุบาลแล้วล่ะครับ เลยพาไปตรวจที่โรงพยาบาลยุวประสาท” (โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ติดต่อได้ที่ 61 ซอย เทศบาล 19 ถนน สุขุมวิท ตำบลปากน้ำ สมุทรปราการ 10270 โทร 0-2384-3381-3 และโทรสาร 0-2394-1845 ครับ)
สำหรับสาเหตุแห่งการเป็นสมาธิสั้นนั้น กระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์สำนักใดชี้ชัดลงไปได้ว่าเกิดจากอะไรแน่ แต่ก็พอจะประเมินได้ว่า เกิดจากหลายปัจจัยผสมปนเปกันไป ทั้งปัจจัยด้านพันธุกรรม ความผิดปกติทางสมอง
ส่วนปัญหาของการเลี้ยงดูนั้น แม้ไม่ใช่สาเหตุหลัก แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้อาการของเด็กดีขึ้นหรือย่ำแย่ลง (อีกสักครู่ ผมจะยกกรณีตัวอย่างให้ดูครับ)
หากพ่อแม่ผู้เลี้ยงดูพยายามใฝ่หาความรู้ความเข้าใจ และเอาใจใส่ใกล้ชิดลูก ผลตอบแทนที่ตามมาจะมีค่ามหาศาลนัก แม้เขาจะด้อยในหลายด้าน แต่อัจฉริยะภาพภาพอันน่าทึ่งของเด็กADHD จะฉายออกมาอย่างแจ่มชัด และที่สำคัญยิ่งกว่าอื่นใดก็คือ เขาจะมีทักษะที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างราบรื่น มีความภาคภูมิในในตนเอง และมีความสุขในชีวิต...
เหมือนเช่นคุณพ่อของน้องเบนซ์ที่ศึกษาจนเข้าอกเข้าใจในธรรมชาติของลูก ...“เขาชอบและจำรุ่นต่างๆของรถได้แม่นมาก เรื่องของพระเครื่องก็เช่นกัน ผมจะพาเขาไปเลือกดูเลือกซื้อโมเดลรถ หัดให้ซ่อมรถ วันอาทิตย์ก็พาเข้าวัดไปชมพระเครื่อง”
การเสียสละ ทุ่มเท และเอาใจใส่เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นความรักและห่วงใยอย่างลึกซึ้งถึงกันและกันของคุณพ่อคุณลูก
พ่อ : “ผมพยายามดูแล ใส่ใจ ไม่เคยทอดทิ้งเขาเลย”
เบนซ์ : “ป๊าเป็นคนดีมาก ทุกวันนี้ก็ห่วงเค้าครับ เรื่องที่ชอบสูบบุหรี่...ผมจะดูแลเค้า พาเค้าไปเที่ยวทุกๆ ที่ ผมอยากให้ป๊ามีความสุข อยู่กับครอบครัวตลอดไป”
ยังมีเรื่องจริงอีกเรื่องที่ผมอยากจะเล่าให้คุณๆ ฟัง เพื่อให้ได้เห็นความต่างกันอย่างสุดขั้วของชีวิตเด็กADHD หากเขาตกอยู่ในเงื้อมมือของผู้ใหญ่ที่ขาดความเข้าอกเข้าใจและปฎิบัติต่อเขาด้วยวิธีขู่เข็ญและลงโทษอย่างรุนแรง (เคสนี้เป็นประสบการณ์ตรง เพราะผมไปเก็บเคสด้วยตนเองครับ)
หลายท่านคงยังจำข่าวโหดๆ ที่น่าหดหู่นี้ได้ ...นั่นคือกรณีเด็กชายวัยแค่ 11 ขวบฆ่าเด็ก 4 ขวบโดยอุ้มโยนทิ้งน้ำอย่างทารุณ
เรื่องของเรื่องคือ เด็กต่างวัยคู่นี้เป็นเพื่อนวิ่งเล่นกันในชุมชนคนยากไร้ข้างห้างหรูเซ็นทรัลเวิลด์ ... เวลา 2 ทุ่มของคืนหนึ่ง เจ้า 11 ขวบให้เจ้า 4 ขวบขี่คอไปเล่นที่สระขุดตรงข้ามโรงแรมเซนทารา เจ้าคนโตอยากให้เจ้าตัวเล็กลงว่ายน้ำกันในสระขุด แต่เจ้าตัวเล็กไม่กล้าลง เจ้าตัวโตจึงเกิดโมโหฉุนเฉียว เข้าไปตบตี ฝ่ายเจ้าตัวเล็กก็สู้สุดฤทธิ์โดยกัดเข้าให้ที่แขนที่มือ ทำให้เจ้าตัวโตเกิดเดือดดาลสุดขีดจึงรวบตัวเจ้าตัวเล็กยกขึ้น แล้วเหวี่ยงโครมลงไปในน้ำ ก่อนจะยืนดูเพื่อนต่างวัยจมน้ำตายไปต่อหน้าต่อตา
เบื้องหลังซึ่งเป็นที่รู้กันในคนใกล้ชิดก็คือ ฆาตกรเด็กคนนี้เคยเข้ารักษาสุขภาพจิตที่ศูนย์สาธารณสุขของรัฐแห่งหนึ่ง โดยคุณหมอบอกว่าเด็กเป็นโรคสมาธิสั้น ต้องกินยาวันละ 2 ครั้ง แต่ปรากฏว่าผู้ใหญ่ไม่ค่อยได้ใส่ใจพามาหาหมอเป็นประจำ (ก็พอๆ กับคุณหมอที่ขาดการติดตามไข้) นั่นคงทำให้ยิ่งวันเด็กก็ยิ่งมีอาการย่ำแย่ลง มีพฤติกรรมรุนแรงขึ้น ถึงกับชอบจุดไฟเผาโน่นเผานี่ จับลูกหมาลูกแมวมาฆ่าทิ้ง แล้วทรมานศพด้วยการกรีดท้องและควักไส้เล่น
กระทั่งต่อมาคุณหมอระบุว่าเด็กมีอาการรุนแรงเข้าสู่ระดับ Conduction Disorder ซึ่งหากเป็นในสหรัฐอเมริกา เด็กคนนี้จะต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาที่จริงจังไปแล้ว เนื่องจากมีแนวโน้มเป็นฆาตกรต่อเนื่อง!
แต่บ้านเราไทยแลนด์แดนสไมล์...สบาย...สบาย... เด็กโหดซ่อนเร้นคนนี้ยังเล่นอยู่ในกลุ่มเด็กๆทั่วไป ....ยังอยู่ในบ้านที่แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง ที่ทั้งด่าประจานเขาอย่างหยาบคาย เฆี่ยนตี เอาโซ่ล่ามในยามที่เอาไม่อยู่ ไม่พาไปหาหมอตามนัด ไม่ได้กินยาที่จะต้องกินทุกวัน ส่วนทางด้านสถานรักษาก็ไม่มีการติดตามใดๆ ทั้งสิ้น
กระทั่ง “เด็กที่ขาดการเหลียวแลอย่างจริงจัง...จากสังคมไทย” ทั้ง 2 คน ก็ต้องตกเป็นข่าวบนหน้าหนึ่งในที่สุด!
- Tags: สารคดีสั้น, สมาธิสั้น, กันต์ แสงแก้ว





Comments
#3888
Comment by
longge007 (not verified) |
Fri, 2010-05-21 09:04
#4354
Comment by
shengrui5 |
Fri, 2010-09-03 09:37
#3693
Comment by
longge (not verified) |
Tue, 2010-05-04 12:26
#3322
Comment by
william583 |
Mon, 2010-03-29 14:15